Did You Know? รู้หรือไม่ ฮามัม คือการอาบน้ำแบบตุรกี

ฮามัม คือการอาบน้ำแบบตุรกี เป็นลักษณะการอบไอน้ำและอาบน้ำเพื่อการผ่อนคลาย อันมีลักษณะเฉพาะและเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในสมัยจักรวรรดิออตโตมัน ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่ตุรกี ขั้นตอนในการอาบน้ำแบบตุรกีนั้น จะเริ่มต้นจากห้องอาบน้ำร้อน ตรงกลางห้องจะมีเตียงหินอ่อน ใช้สำหรับขัดถูและนวดตัว สำหรับลูกค้าให้นอนรับการบริการ หลังจากนั้นลูกค้าจะเดินเข้าไปยังห้องสร้างความอบอุ่น ซึ่งใช้สำหรับล้างตัวด้วยสบู่และน้ำ จากนั้นก็จะเข้าไปในห้องเย็นเพื่อปรับสภาพร่างกายให้กลับสู่ภาวะปกติ บางแห่งอาจมีเครื่องดื่มหรือห้องเล็กๆให้ลูกค้าเข้าไปงีบหลับ  นอกจากนี้ลักษณะเฉพาะของการอาบน้ำแบบตุรกี คือลูกค้าจะได้รับการแต่งตัวโดยใช้ผ้าเช็ดตัว 3 ชิ้นขนาดใหญ่พันไว้บนหัว ห่มบริเวณลำตัว และนุ่งในลักษณะผ้าถุง ปัจจุบันในตุรกียังสามารถพบเห็นสถานบริการอาบน้ำแบบตุรกีได้ตามเมืองใหญ่ๆของตุรกี โดยที่อาคารสำหรับอาบน้ำยังคงลักษณะแบบดั้งเดิม และมีความโอ่อ่าจนเป็นอีกจุดที่น่าสนใจไปท่องเที่ยว ———————————————————————————————— ติดตามเส้นทางตามรอยบทความได้ที่ : รับชมโปรแกรมการเดินทาง ติดตามบทความการท่องเที่ยวได้ที่ : รับชมบทความการท่องเที่ยว รวบรวมเรื่องราว : บริษัท อิมเมจ ฮอลิเดย์ ———————————————————————————————— รับชมโปรแกรมการเดินทางสุด Exclusive ได้ที่ http://www.imageholiday.com ติดต่อสอบถามรับข้อมูลการเดินทางได้ที่ โทร : 02-661-8081 / 086-688-8081 Facebook : https://www.facebook.com/Imageholiday/ Youtube : https://www.youtube.com/user/ImageHolday Line Official : https://line.me/R/ti/p/%40imageholiday Line : http://line.me/ti/p/PAJhrUhtIIYoutube : https://www.youtube.com/user/ImageHolday Instagram :…

The palace of the city ชมความงดงามสุดอลังการของ 3 พระราชวังที่ห้ามพลาด

พระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabahce) : สร้างโดยสุลต่านอับดุล เมซิด (Abdul Mecit) ในปี 2399 ใช้เวลาสร้างถึง 30 ปี สร้างด้วยหินอ่อน ศิลปะแบบตะวันออกผสมผสานกับตะวันตก จุดเด่นของวังแห่งนี้คือ มีการประดับตกแต่งด้วยความประณีตวิจิตรตระการตา มีทั้งเฟอร์นิเจอร์ พรม โคมไฟ เครื่องแก้วเจียระไน และรูปเขียน รูปถ่ายต่างๆ และที่มีชื่อเสียงมาก ได้แก่ โคมไฟแชนเดอเลียร์ ของขวัญจากอังกฤษ ทำจากแก้วคริสทัลขนาดใหญ่ที่สุดในโลกหนักถึง 5,000 กิโลกรัม ประดับดวงไฟ 750 ดวง พรมทอมือผืนเดียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก เสาหินอ่อนบันไดทางขึ้นห้องโถงตรงราวทำด้วยไม้วอลนัต ลูกกรงราวบันไดทำด้วยแก้วคริสทัล สวยงามน่าทึ่งมาก พรมชั้นเลิศราคาแพงที่สุดในโลก ทอโดย Cinar ในตุรกี เครื่องแก้วเจียระไนจากโบฮีเมีย ดีที่สุดในโลกของสาธารณรัฐเช็ก พระราชวังฤดูร้อน อี้เหอหยวน (Yiheyuan or Summer Palace) : เดิมนั้นเป็นวังหลวงและสวนดอกไม้ของพระเจ้ากุบไลข่าน ในปี ค.ศ.1153 มีการต่อเติมในสมัยราชวงศ์หมิงและชิง โดยเฉพาะสมัยพระเจ้าคังซีถึงสมัยพระเจ้าเฉียนหลง ใช้เวลาถึง 60…

Cruise Along the Bosphorus ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส ชมทัศนัยภาพอันสวยงามของตุรกี

ช่องแคบบอสฟอรัส ถือเป็นหนึ่งในช่องแคบเลื่องชื่ออันดับต้นๆ ของโลกเป็นพรมแดนธรรมชาติที่แบ่งอิสตันบูลออกจากยุโรปและเอเชีย ซึ่งเป็นช่องแคบที่เชื่อมต่อกับทะเลดำ (The Black Sea) เข้ากับทะเลมาร์มาร่า (Sea Of Marmara) ความยาวทั้งสิ้นประมาณ 32 ก.ม. ความกว้างตั้งแต่ 500 เมตร จนถึง 3 ก.ม. ถือว่าสุดขอบของทวีปยุโรปและสุดขอบของทวีปเอเชียมาพบกันที่นี่ นอกจากความสวยงามแล้วช่องแคบบอสฟอรัสยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งในการป้องกันประเทศตุรกีตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพราะมีป้อมปืนตั้งเรียงรายอยู่ตามช่องแคบเหล่านี้ ว่ากันว่าจะกระทั่งถึงยุคของการนำเอาเรือปืนใหญ่มาใช้และไม่เคยปรากฏว่า กรุงอิสตันบูลถูกถล่มจนเสียหายอย่างหนักมาก่อนเลย เป็นเพราะป้อมปืนดังกล่าวนี่เอง เมื่อก่อนการข้ามช่องแคบบอสฟอรัสจากฝั่งยุโรปสู่ฝั่งเอเชียต้องใช้เรือเท่านั้น และถ้าแม่น้ำเป็นน้ำแข็งก็ข้ามไปไม่ได้ แต่เมื่อถึงปลายปี ค.ศ. 1973 สะพานบอสฟอรัสซึ่งได้กลายมาเป็นสะพานแขวนที่ยาวเป็นอันดับสี่ของโลก สร้างเสร็จสมบูรณ์ การคมนาคมข้ามแดนจึงเป็นเรื่องง่ายดายยิ่งขึ้น แต่หลังเปิดใช้ก็เกิดปัญหารถติดบนสะพานอย่างหนัก จึงต้องสร้างสะพานแห่งที่สอง คือ สะพานฟาติห์ และแห่งที่สามกำลังร่างแบบกันอยู่ ———————————————————————————————— ติดตามเส้นทางตามรอยบทความได้ที่ : รับชมโปรแกรมการเดินทาง ติดตามบทความการท่องเที่ยวได้ที่ : รับชมบทความการท่องเที่ยว รวบรวมเรื่องราว : บริษัท อิมเมจ ฮอลิเดย์ ———————————————————————————————— รับชมโปรแกรมการเดินทางสุด Exclusive ได้ที่ http://www.imageholiday.com ติดต่อสอบถามรับข้อมูลการเดินทางได้ที่ โทร : 02-661-8081 /…

DOLMABAHCE PALACE พระราชวังที่สร้างด้วยหินอ่อน ที่ผสมผสานระหว่างศิลปะตะวันออกและตะวันตก

พระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabahce) สร้างโดยสุลต่านอับดุล เมซิด (Abdul Mecit) ในปี 2399 ใช้เวลาสร้างถึง 30 ปี สร้างด้วยหินอ่อน ศิลปะแบบตะวันออกผสมผสานกับตะวันตก ตัวอาคารยาวถึง 600 เมตร ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลมาร์มาราในช่องแคบบอสฟอรัสบนฝั่งทวีปยุโรป จุดเด่นของวังแห่งนี้คือ มีการประดับตกแต่งด้วยความประณีตวิจิตรตระการตา มีทั้งเฟอร์นิเจอร์ พรม โคมไฟ เครื่องแก้วเจียระไน และรูปเขียน รูปถ่ายต่างๆ และที่มีชื่อเสียงมาก ได้แก่ โคมไฟแชนเดอเลียร์ ของขวัญจากอังกฤษ ทำจากแก้วคริสตัลขนาดใหญ่ที่สุดในโลกหนักถึง 5,000 กิโลกรัม ประดับดวงไฟ 750 ดวง พรมทอมือผืนเดียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก เสาหินอ่อนบันไดทางขึ้นห้องโถงตรงราวทำด้วยไม้วอลนัต ลูกกรงราวบันไดทำด้วยแก้วคริสตัล พรมชั้นเลิศราคาแพงที่สุดในโลก ทอโดย Cinar ในตุรกี เครื่องแก้วเจียระไนจากโบฮีเมีย ดีที่สุดในโลกของสาธารณรัฐเช็ก หินอ่อนจากอียิปต์มาทำห้องอาบน้ำ (เซาน่า) ในรูปแบบที่เรียกว่า เตอร์กิชบาธ สุดท้ายไม่ควรพลาดชมคือ ห้องที่วีรบุรุษแห่งชาติ ผู้นำการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นประธานาธิบดีคนแรกของสาธารณรัฐตุรกีที่ชื่ออตาเติร์กได้นอนเสียชีวิตบนเตียงที่มีธงชาติตุรกีคลุมอยู่ พร้อมนาฬิกาตั้งบอกเวลาเสียชีวิตคือ 09:06 น. เมื่อ…

Things to do in turkey กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนตุรกี

ตุรกีเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องความงดงามของเมืองเก่า และสถานที่ทางประวัติศาสตร์ แต่นอกจากที่จะไปท่องเที่ยวชมความงามของสถานที่แล้ว คุณรู้รึเปล่าว่ากิจกรรมที่ไม่ควรพลาดในตุรกีมีอะไรบ้าง History of turkey ชื่นชมประวัติศาสตร์แห่งดินแดนสองทวีปเมืองแห่งอารยธรรม ประเทศตุรกี เป็นประเทศที่มีดินแดนสองทวีป มีทั้งวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออกผสมผสานกัน ประเทศนี้มีร่องรอยอารยธรรมอันยิ่งใหญ่และเก่าแก่และมรดกโลกอันงดงามน่าหลงใหล มีความหลากหลายของประชาชนมานับตั้งแต่ 2,500 ปีก่อนคริสตกาล จึงมีสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ เช่น สุสานแห่งเมืองฮาลิคาร์นัสซุส (Maausoleum in Halicarnassus) Hot air balloon นั่งบอลลูนชมเมือง คัปปาโดเกีย เมืองที่สวยจนอยากไม่เชื่อว่ามีอยู่จริง คัปปาโดเกีย (Cappadocia) เมืองมหัศจรรย์ที่ตั้งอยู่ในประเทศตุรกี เป็นเมืองที่ได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ.1985 (พ.ศ. 2528) คัปปาโดเกียเป็นดินแดนที่มีลักษณะพิเศษที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟหลายลูก เมื่อแปดล้านปีก่อนทำให้เกิดเถ้าถ่านลาวาเศษหินและโคลนเลน ทับถมหลายชั้นทำให้สูงกว่าพื้นดินอีก 300 เมตร จนเกิดเป็นภูมิประเทศประหลาดแปลกตาน่าพิศวง ที่เต็มไปด้วยหินรูปแท่งกรวยคว่ำ ปล่อง กระโจม โดม และอีกสารพัดรูปทรง ดูประหนึ่งดินแดนในเทพนิยาย จนชนพื้นเมืองเรียกขานกันว่า “ปล่องไฟนางฟ้า” หรือ “Fairy Chimney” เนื้อหินในหุบเขาแห่งนี้จะอ่อนนิ่ม จึงเหมาะในการแกะสลัก เจาะ ขุด…

“ ม้าไม้เมืองทรอย ” ย้อนตำนานหนึ่งตัวร้ายของมหากาพย์สงครามเมืองทรอย

ตามตำนานกรีกโบราณในมหากาพย์เรื่อง ‘อิเลียต’ (Iliad) ของกวีนามว่า ‘โฮเมอร์’ (Homer) ได้มีการบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับ ‘กรุงทรอย’ (Troy) เอาไว้ว่า กรุงทรอย มีที่ตั้งอยู่ในบริเวณจุดยุทธศาสตร์ที่ดีที่สุดของช่องแคบเฮลเลสพอนด์ (Hellenpond) ทำให้นครแห่งนี้สามารถควบคุมเส้นทางการติดต่อทั้งทางบกและทางน้ำระหว่างทวีปเอเชียและทวีปยุโรปได้ ตำนานเรื่องราวของ ‘สงครามกรุงทรอย’ (Trojan War) หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘สงครามม้าไม้’ นั้น เป็นการสู้รบกันระหว่างกองทัพของชาวกรีกและกองทัพของชาวทรอยหรือชาวโทรจัน ชนวนเหตุของสงครามเกิดจากการที่ ‘เจ้าชายปารีส’ แห่งทรอย ได้ไปลักพาตัว ‘เจ้าหญิงเฮเลน’ ซึ่งเป็นชายาของ ‘พระเจ้าเมเนลาอุส’ กษัตริย์นครสปาร์ตาแห่งกรีก ซึ่งถือเป็นการหยามเกียรติและศักดิ์ศรีของ ‘พระเจ้าเมเนลาอุส’ เป็นอย่างมาก จึงได้เกิดสงครามแย่งชิงตัว ‘เจ้าหญิงเฮเลน’ ขึ้น มีการสู้รบกันเป็นเวลานานถึง 10 ปี ในที่สุดกองทัพกรีกก็ได้คิดแผนการที่จะตีกรุงทรอย โดยการออกอุบายสร้างม้าไม้จำลอง หรือที่เรียกกันว่า ‘ม้าไม้เมืองทรอย’ ม้าไม้ขนาดใหญ่ยักษ์แต่ข้างในกลวงเพื่อที่จะได้ซ่อนทหารกรีกเอาไว้ภายในได้ แล้วมอบให้กับกรุงทรอยเสมือนเป็นของขวัญและเป็นนัยว่ากองทัพกรีกยอมแพ้ต่อกองทัพของชาวทรอยอย่างราบคาบ ชาวทรอยเมื่อเห็นม้าโทรจันต่างก็ดีใจที่สงครามได้สิ้นสุดลงแล้ว และได้ทำการเข็นม้าโทรจันเข้ามาในเมือง มีการเฉลิมฉลองให้กับชัยชนะในครั้งนี้อย่างยิ่งใหญ่ และเมื่อชาวทรอยทั้งหลายนอนหลับพักผ่อนกันอย่างสบายอกสบายใจอยู่นั้น ทหารกรีกที่ซ่อนตัวอยู่ในม้าโทรจันก็แอบออกมา และเปิดประตูเมืองให้กองทัพกรีกที่ซุ่มอยู่ด้านนอกเข้ามาข้างใน และสุดท้ายกองทัพกรีกก็สามารถยึดเมืองทรอยได้อย่างง่ายดาย มิหนำซ้ำยังเผาทำลายเมืองทั้งเมืองทิ้งอีกด้วย เรื่องราวทั้งหมดนี้คือเรื่องราวในตำนานของกรีกโบราณ หากแต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่ากวีโฮเมอร์แต่งเรื่องนี้ขึ้นจากคำบอกเล่าหรือแต่งขึ้นจากจินตนาการของตัวเอง…

The Blue Evil Eye เครื่องรางกับความเชื่อของชาวตุรกี

นัยน์ตาปีศาจคือสัญลักษณ์ที่มีลักษณะเป็นรูปนัยน์ตาสีฟ้า เป็นความเชื่อในเรื่องของโชคลางที่พบเห็นได้ในหลายท้องที่ตั้งแต่สมัยกรีกและโรมันโบราณ ศาสนาอิสลาม ศาสนายูดาห์ แถบละตินอเมริกา อินเดีย อียิปต์ ฯลฯ ซึ่งเชื่อกันว่านัยน์ตาปีศาจจะนำโชคร้ายมาสู่ผู้อื่นด้วยการจ้องมอง เป็นดวงตาประสงค์ร้ายที่เกิดขึ้นจากความอิจฉาหรือความโลภในตัวผู้อื่น และเมื่อถูกจ้องมองด้วยนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉานี้แล้วผู้ถูกจ้องจะเกิดโชคร้าย ซึ่งอาจจะเป็นแค่การเจ็บป่วยหรือบางครั้งก็อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย แต่เพื่อทำความเข้าใจถึงต้นกำเนิดของนัยน์ตาปีศาจ เราต้องเข้าใจกันก่อนว่าจริงๆ แล้วสัญลักษณ์นี้แม้จะถูกขนานนามว่า ‘ปีศาจ’ แต่มันก็ได้กลายมาเป็นเครื่องรางของขลังที่เชื่อกันว่าสามารถขจัดปัดเป่าความชั่วร้ายได้ อย่างเช่นมือฮัมซา (The Hamsa) เครื่องรางที่มีรูปร่างเป็นฝ่ามือแต่ตรงกลางจะมีรูปนัยน์ตาปีศาจประดับอยู่ หรือลูกปัดซี (Dzi bead) ของทิเบต ลูกปัดหินโมราที่เชื่อว่าสามารถป้องกันความชั่วร้ายจากอำนาจของนัยน์ตาปีศาจเช่นเดียวกับนัยน์ตาของฮอรัส (The Eyes of Horus) ของทางฝั่งอียิปต์โบราณ ———————————————————————————————— ติดตามเส้นทางตามรอยบทความได้ที่ : รับชมโปรแกรมการเดินทาง ติดตามบทความการท่องเที่ยวได้ที่ : รับชมบทความการท่องเที่ยว รวบรวมเรื่องราว : บริษัท อิมเมจ ฮอลิเดย์ ———————————————————————————————— รับชมโปรแกรมการเดินทางสุด Exclusive ได้ที่ http://www.imageholiday.com ติดต่อสอบถามรับข้อมูลการเดินทางได้ที่ โทร : 02-661-8081 / 086-688-8081 Facebook : https://www.facebook.com/Imageholiday/ Youtube : https://www.youtube.com/user/ImageHolday Line Official :…

นครโบราณเฮียราโปลิส กับประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,200 ปี

นครโบราณเฮียราโปลิส (Hierapolis) สันนิษฐานกันว่ามีอายุประมาณ 2,200 ปี เนื่องจากถูกสร้างขึ้นก่อนคริสตกาล ในยุคของกษัตริย์ยูเมเนสที่ 2 แห่งอาณาจักรเพอร์กามอน โดยสร้างให้อยู่ใกล้กับแอ่งน้ำแร่ร้อนปามุคคาเลย์ แต่หากถอดความคำว่าเฮียราโพลิส หมายถึง เมืองแห่งความศักดิ์สิทธิ์ เช่นเดียวกับเมืองทุกเมืองที่มียุครุ่งโรจน์ และยุคเสื่อมถอย เฮียราโปลิสเองก็เป็นแบบนั้น หลังจากเมืองนี้ถูกยกให้พวกโรมัน ก็เกิดแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงจนเมืองย่อยยับ ประมาณปลายศตวรรษที่ 2 เฮียราโพลิส ค่อยๆ ถูกบูรณะฟื้นฟูขึ้นใหม่ จนก้าวสู่ศตวรรษที่ 3 ด้วยความรุ่งโรจน์ แต่เวลาเคลื่อนไปถึงศตวรรษที่ 7 ก็ถึงยุคเสื่อม เมื่อถูกข้าศึกต่างถิ่นรุกราน นอกจากนี้ยังได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหว ภายในเมืองโบราณแห่งนี้มีสถานที่น่าสนใจ คือ – สระน้ำโบราณ บ่อน้ำแร่โบราณอายุนับพันปีที่น้ำใสมาก จนมองเห็นซากเสาหินโบราณสมัยโรมันกระจัดกระจายอยู่ใต้น้ำ บรรยากาศโดยรวมถูกตกแต่งด้วยต้นปาล์ม ต้นสน และไม้พุ่ม ชวนให้ดูเพลิน เป็นสถานที่บำบัดโรคภัยไข้เจ็บ – โรงละคร ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางเฮียราโพลิส จุคนได้ประมาณ 12,000 คน สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 2 เดินขึ้นเขาไปประมาณ 10 นาที จากสระน้ำแร่โบราณ เวทีค่อนข้างสมบูรณ์…

Did You Know? รู้หรือไม่ สุเหร่าสีน้ำเงินหนึ่งเดียวของโลก อยู่ที่ตุรกี

“บลูมอสก์” (Blue Mosque) สุเหร่าสีน้ำเงินเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมืองอิสตันบูล อีกทั้งยังเป็นสุเหร่าสีน้ำเงินหนึ่งเดียวของโลก มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า สุเหร่าสุลต่านอาห์เมตที่1 (Sultan ahmet I) เป็นสุเหร่าที่มีแรงบันดาลใจมาจากการสร้างที่ต้องการเอาชนะและต้องการให้มีขนาดใหญ่กว่าวิหารเซนต์โซเฟียของศาสนาคริสต์ มีสุลต่านหลายพระองค์ต้องการสร้างมัสยิดที่มีขนาดใหญ่กว่าวิหารเซนต์โซเฟียแทบทุกยุคสมัยแต่ไม่มีใครทำสำเร็จ มีเพียงสุลต่านอาห์เมตที่1เท่านั้น สุเหร่าสีน้ำเงินสร้างขึ้นในปีค.ศ.1609 – 1616 สุเหร่าแห่งนี้ประดับด้วยกระเบื้องอัซนิค บนกำแพงชั้นในมีสีฟ้าสดใส ประดับด้วยลวดลายดอกไม้ต่างๆ เช่น กุหลาบ ทิวลิป คาเนชั่น ฯลฯ ตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา ภายในมีที่ให้สุลต่านและนางในฮาเร็มทำละหมาดและสวดมนต์โดยเฉพาะ มีหน้าต่าง 260 บาน สนามด้านหน้าและด้านนอกจะเป็นที่ฝังศพของกษัตริย์และพระราชวงศ์ โดยสุเหร่าจะหันหน้าเข้าวิหารเซนต์โซเฟียเพื่อประชันความสวยงามกัน ถ้ามองจากด้านนอกวิหารจะมองเห็นหอสวดมนต์ 7 หอ เป็นหอคอยสูงเพื่อให้ผู้นำศาสนาขึ้นไปตะโกนร้องเรียกจากยอด เพื่อให้ผู้คนเข้ามาสวดมนต์ตามเวลาในสุเหร่า ปัจจุบันเปิดให้เข้าไปทำการละหมาดได้ตลอด 24 ชั่วโมง และช่วงกลางคืนในฤดูร้อนจะมีการแสดงแสงสีเสียงในทุกค่ำคืนอีกด้วย ———————————————————————————————— ติดตามเส้นทางตามรอยบทความได้ที่ : รับชมโปรแกรมการเดินทาง ติดตามบทความการท่องเที่ยวได้ที่ : รับชมบทความการท่องเที่ยว รวบรวมเรื่องราว : บริษัท อิมเมจ ฮอลิเดย์ ———————————————————————————————— รับชมโปรแกรมการเดินทางสุด Exclusive ได้ที่ http://www.imageholiday.com ติดต่อสอบถามรับข้อมูลการเดินทางได้ที่ โทร : 02-661-8081…

Underground City of Derinkuyu or Kaymakli นครใต้ดินไคมัคลี ประเทศตุรกี

วันนี้ อิมเมจ ฮอลิเดย์ พาทุกท่านย้อนอดีตไปที่นครใต้ดินไคมัคลี (Underground City of Derinkuyu or Kaymakli) เกิดจากการขุดเจาะพื้นดินลึกลงไป 10 กว่าชั้น เพื่อใช้เป็นที่หลบภัยจากข้าศึกศัตรู ในยามสงคราม ของชาวคัปปาโดเจียในอดีต โดยทั้งจากชาวอาหรับจากทางตะวันออกที่ต้องการเข้ามายึดครองดินแดนนี้เพื่อหวังผลประโยชน์ทางการค้า และชาวโรมันจากทางตะวันตกด้วยเหตุผลเดียวกัน รวมทั้งต้องการที่จะหยุดยั้งการเผยแพร่ศาสนาคริสต์ในดินแดนแถบนี้ด้วย นครใต้ดินไคมัคลึมีชั้นล่างที่ลึกที่สุด ลึกถึง 85 เมตร เมืองใต้ดินแห่งนี้มีครบเครื่องทุกอย่างทั้งห้องโถง ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องถนอมอาหาร ห้องครัว ห้องอาหาร โบสถ์ ทางหนีฉุกเฉิน ฯลฯ แม้จะเป็นเมืองขนาดใหญ่ขุดลึกลงไปใต้ดินหลายชั้น แต่ว่าอากาศในนั้นถ่ายเทเย็นสบาย หน้าร้อนอากาศเย็น หน้าหนาวอากาศอบอุ่น มีอุณหภูมิเฉลี่ย 17-18 องศาเซลเซียส และด้วยการออกแบบที่ดี มีทางออกฉุกเฉินที่เป็นทางระบายอากาศไปในตัว ทำให้อากาศถ่ายเท ———————————————————————————————— ติดตามเส้นทางตามรอยบทความได้ที่ : รับชมโปรแกรมการเดินทาง ติดตามบทความการท่องเที่ยวได้ที่ : รับชมบทความการท่องเที่ยว รวบรวมเรื่องราว : บริษัท อิมเมจ ฮอลิเดย์ ———————————————————————————————— รับชมโปรแกรมการเดินทางสุด Exclusive ได้ที่ http://www.imageholiday.com ติดต่อสอบถามรับข้อมูลการเดินทางได้ที่ โทร…

เพิ่มรสชาติในการจิบกาแฟด้วย Turkish Delight ขนมหวานสุดขึ้นชื่อในตุรกี

Turkish Delight มีที่มาอย่างยาวนานตั้งแต่ ค.ศ. 1777 โดย Haci Bekir ที่ทำหน้าที่เป็นพนักงานทำขนมในราชสำนักออตโตมันของตุรกี โดยสันนิษฐานว่าอาจจะมาจากการดัดแปลงมาจากการทำขนมโบราณชนิดหนึ่งที่นิยมรับประทานกันทั่วไปในแถบตะวันออกกลางมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 นับจากทำออกมาเป็นครั้งแรก ขนมชนิดนี้ก็ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายในราชสำนักของตุรกี ซึ่งในตอนแรกมีชื่อเรียกในภาษาอารบิกว่า rahat ul – hulkum จนกระทั่งมีนักเดินทางชาวอังกฤษที่เดินทางมายังตุรกีในขณะนั้นได้ลองลิ้มชิมรสขนมชนิดนี้เป็นครั้งแรก และเกิดความชื่นชอบอย่างมากจนตั้งชื่อให้ว่า Turkish Delight Turkish Delight กับ กาแฟ คุณสามารถรับประทาน Turkish Delight ทานคู่กับกาแฟเพื่อให้ความเพลิดเพลินในยามว่าง เพราะมีรสชาติที่หวานอร่อย ทานเข้ากับกาแฟรสขม ได้เป็นอย่างดี เนื้อแป้งมีความนุ่ม คลุกเคล้าด้วยน้ำตาลหรือมะพร้าวฝอยที่ให้ความหอมหวาน หรืออาจรับประทานคู่กับกาแฟในช่วงเวลาพบปะสังสรรค์กับเพื่อนๆ ยามบ่ายเพื่อทำให้ช่วงเวลากาแฟของคุณมีความพิเศษมากยิ่งขึ้น ———————————————————————————————— ติดตามเส้นทางตามรอยบทความได้ที่ : รับชมโปรแกรมการเดินทาง ติดตามบทความการท่องเที่ยวได้ที่ : รับชมบทความการท่องเที่ยว รวบรวมเรื่องราว : บริษัท อิมเมจ ฮอลิเดย์ ———————————————————————————————— รับชมโปรแกรมการเดินทางสุด Exclusive ได้ที่ http://www.imageholiday.com ติดต่อสอบถามรับข้อมูลการเดินทางได้ที่ โทร : 02-661-8081 / 086-688-8081 Facebook…

“ปามุคคาเล” ปราสาทปุยฝ้าย มหัศจรรย์ดินแดนแห่งตุรกี

หากจะคิดถึงสถานที่ท่องเที่ยวอันแสนงดงาม ราวกับไม่น่าจะมีอยู่จริงบนโลกใบนี้ ปามุคคาเล หรือ พามุคคาเล (Pamukkale) ดินแดนแห่งน้ำพุร้อน ในประเทศตุรกี ซึ่งมีลักษณะคล้ายระเบียงน้ำพุร้อนที่ซ้อนกันหลายชั้น มีขอบหินปูนสีขาว ดูวิจิตรงดงามและสะอาดบริสุทธิ์ราวกับปุยฝ้าย ปามุคคาเล แปลว่า ปราสาทปุยฝ้าย (Cotton Castle) ในภาษาตุรกี ตั้งอยู่ในเมืองปามุคคาเล จังหวัดเดนิซลิ (Denizli) ประเทศตุรกี มีลักษณะเป็นระเบียงน้ำพุเกลือร้อน ซึ่งเกิดขึ้นจากการเกิดแผ่นดินไหวของโลกในอดีต มีความยาวประมาณ 2.7 กิโลเมตร สูง 160 เมตร ความงดงามสุดวิจิตรของสถานที่แห่งนี้เกิดขึ้นจากบ่อน้ำร้อนที่อุดมไปด้วยแคลเซียมคาร์บอเนต หรือหินปูน ซึ่งเมื่อน้ำพุร้อนระเหยขึ้นมาเป็นเวลาเนิ่นนาน ไอน้ำก็จะค่อย ๆ ก่อให้เกิดชั้นของแคลเซียมเกาะบริเวณขอบบ่อจนเกิดเป็นผนังสีขาวขึ้นนั่นเอง ด้วยความเชื่อว่า ปามุคคาเล เป็นเหมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมีสรรพคุณในการรักษาบำบัดการอาการต่าง ๆ ทำให้ในอดีตชนเผ่ากรีก-โรมันได้เข้ามาสร้างเมืองอยู่บนบ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้ และขนานนามเมืองนั้นว่า ฮีเอราโพลิส อันหมายถึงเมืองศักดิ์สิทธิ์ และปามุคคาเล ก็ได้ถูกใช้เป็นสปาบำบัดโรคมานานกว่าพันปี ———————————————————————————————— ติดตามเส้นทางตามรอยบทความได้ที่ : รับชมโปรแกรมการเดินทาง ติดตามบทความการท่องเที่ยวได้ที่ : รับชมบทความการท่องเที่ยว รวบรวมเรื่องราว : บริษัท อิมเมจ ฮอลิเดย์ ———————————————————————————————— รับชมโปรแกรมการเดินทางสุด…