ประเพณี Buso ประเทศฮังการี ความงดงามที่แฝงความน่ากลัวไปในเวลาเดียวกัน

ทุกๆ ปีในทางตอนใต้ของประเทศฮังการี ชายหนุ่มทั้งหลายในเมืองจะออกมาเฉลิมฉลองฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ประเพณี Buso ซึ่่งชายหนุ่มจะแต่งตัวด้วยเสื้อขนสัตว์หลายๆชั้น เพื่อเป็นการต้อนรับความหนาว รวมไปถึงสวมหน้ากากแฮนด์เมดที่ไม่เหมือนใคร เผยให้เห็นเฉพาะดวงตา และมีชื่อเรียกว่า “Jenkeles” ประเพณีนี้คล้ายกับวันฮาโลวีน เพียงแต่ไม่ได้แต่งตัวเป็นผี โดย Jenkeles ทั้งหลายจะออกมาเล่นซนไปทั่วหมู่บ้าน ให้ความบันเทิงแก่ผู้พบเห็น โดยที่ไม่เปิดเผยตัวตนที่อยู่ภายใต้หน้ากาก ประเพณีนี้เป็นสิ่งที่ทำต่อกันมานานแล้ว ซึ่งก็เป็นการปลดปล่อยอารมณ์ของชายหนุ่มทั้งหลาย ให้ได้เล่นเหมือนเด็กอีกครั้งก่อนฤดูหนาวที่จะมาถึง แต่ไม่มีใครที่แต่งตัวเป็น Jenkeles แล้วก่อความวุ่นวายเลย ชายหนุ่มทั้งหลายจะออกมาเต้นรำ และวิ่งเล่นไปรอบๆ หมู่บ้าน และการแต่งตัวแบบตลกๆ ของพวกเขานั้นก็ทำให้ชาวบ้านมีความสุข จากนั้นก็จบพิธีด้วยการมาก่อกองไฟขนาดใหญ่กลางหมู่บ้านเพื่อให้ความอบอุ่นอีกด้วย   ———————————————————————————————— ติดตามเส้นทางตามรอยบทความได้ที่ : รับชมโปรแกรมการเดินทาง ติดตามบทความการท่องเที่ยวได้ที่ : รับชมบทความการท่องเที่ยว รวบรวมเรื่องราว : บริษัท อิมเมจ ฮอลิเดย์ ———————————————————————————————— รับชมโปรแกรมการเดินทางสุด Exclusive ได้ที่ http://www.imageholiday.com ติดต่อสอบถามรับข้อมูลการเดินทางได้ที่ โทร : 02-661-8081 / 086-688-8081 Facebook : https://www.facebook.com/Imageholiday/ Youtube : https://www.youtube.com/user/ImageHolday Line Official : https://line.me/R/ti/p/%40imageholiday…

LOCAL FOOD IN EAST EUROPE

อิมเมจ ฮอลิเดย์ ขอนำพาทุกท่านไปรู้จักกับอาหารที่ขึ้นชื่อของเส้นทางยุโรปตะวันออก ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารยุโรปที่มีชื่อเสียง ซึ่งเมนูจะมีกลิ่นหอมของเครื่องเทศที่มีความโดดเด่นผสมผสานกับรสชาติจัดจ้านของเครื่องปรุง รวมถึงวัตถุดิบจากท้องถิ่น และยังมีขนมหวานที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก Gulasch  : กูลาช เป็นอาหารที่มีชื่อเสียงในฮังการี ที่คนเยอรมันชอบกินกันมาก ลักษณะคล้ายสตูหรือซุปข้น ซึ่งนิยมใช้เนื้อส่วนสะโพกของวัว หมู ไก่งวง มาทำเพราะมีเนื้อแน่น เมื่อนำไปเคี่ยวจะได้เนื้อที่นุ่มละมุนลิ้น มีผงปรุงรสปาปริก้าที่ให้รสชาติเผ็ดร้อนเรียกเหงื่อได้เป็นอย่างดีที่ขาดไม่ได้ ซึ่งชาวฮังการีนิยมทำกูลาชกันครั้งละมากๆ เก็บไว้กินกันหลายวัน ซึ่งกินคู่กับพาสต้าหรือ มันฝรั่งอบ หรือจะราดข้าวสวยก็อร่อยได้เช่นกัน Langos : ขนมพื้นเมืองที่ขึ้นชื่อของฮังการี เป็นแป้งเหนียวคล้าย ๆ กะลอจี๊ที่ทำจากแป้งสาลี รสชาติคล้ายปาท่องโก๋บ้านเรา สามารถกินได้หลายรูปแบบ เช่น ถ้าป้ายด้วยเนยกระเทียมก็จะได้รสชาติเค็มนิดๆ หอมกระเทียมหน่อยๆ หรือจะทาซอสมะเขือเทศแล้วโรยด้วยผงออริกาโน่ หรืออีกแบบที่นิยมคือ ราดด้วยซาวครีมแล้วโรยชีส ควรรับประทานตอนร้อนๆ Stuffed Pancake : แพนเค้กสอดไส้ ที่มีชื่อเสียงมานานนับร้อยๆ ปี และยังมีสปองเค้กที่อร่อยน่าลองไม่แพ้กัน ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถแวะชิมได้ตามร้านอาหารทั่วไป Toltottkaposzta : เป็นกะหล่ำปลีห่อข้าวรสเปรี้ยว เป็นการเอาข้าวมาคลุกกับเนื้อหมูบด ตามด้วยเกลือกับพริกไทย แล้วเอาใบกะหล่ำปลีมาห่อให้เป็นก้อน นำไปอบกับเบคอนรมควันและมีกะหล่ำปลีดองเปรี้ยวที่ซอยเป็นเส้นๆ เป็นอาหารทั่วไปในช่วงเทศกาลอีสเตอร์และคริสต์มาส…

Did You Know? รู้หรือไม่ จิบไวน์ให้อร่อยลิ้นต้องจับคู่จิ้นกับอะไร

ไวน์ คือ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากน้ำองุ่น แบ่งออกเป็น 2 ชนิดใหญ่ๆคือ ไวน์ขาวและไวน์แดง ซึ่งไวน์ทั้งสองชนิดนี้ทำมาจากน้ำองุ่นเหมือนกันเพียงแต่ใช้องุ่นสายพันธุ์ต่างกัน คุณลักษณะเฉพาะสายพันธุ์ทำให้รสชาติแตกต่างกัน ผู้ผลิตไวน์แต่ละคนก็มีสูตรเฉพาะตัวและยังรวมไปถึงสถานที่ปลูกไวน์แต่ละท้องที่ก็มีวัฒนธรรมในการทำไวน์ที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วทำให้เกิดความหลากหลายทั้งสี กลิ่น และรสของไวน์ต่างกัน การจับคู่ไวน์กับประเภทอาหารที่เหมาะสม จะทำให้เพิ่มอรรถรสและเสริมรสชาติของอาหารได้เป็นอย่างดี โดยไวน์ขาวและไวน์แดง เหมาะกับประเภทอาหารที่ต่างกันดังนี้ – ไวน์แดงจะมีรสฝาดนำ เปรี้ยวและหวาน เหมาะกับอาหารที่ทำจากเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อวัว เนื้อแกะ หรือปลาเนื้อแดง เช่น ปลาแซลมอน เพราะความฟาดของไวน์จะไปตัดเลี่ยนความมันของเนื้อ แต่ไวน์แดงจะไม่เหมาะกับอาหารเผ็ด เพราะความเผ็ดจะทำให้ไวน์มีรสขมและไม่เข้ากับอาหารทะเล เพราะความฝาดจะดันกลิ่นคาวให้ชัดเจน – ไวน์ขาว รสชาติจะเบา ดื่มง่ายกว่าไวน์แดง จึงเหมาะกับอาหารจำพวกเรียกน้ำย่อย เหมาะที่จะดื่มคู่กับของกินเล่น เช่น สลัด จะเข้ากันได้ดีกับรสเผ็ดเปรี้ยว เหมาะกับเนื้อไก่ อาหารทะเล เช่น ปลาเนื้อขาว หอยนางรมและอาหารที่มีรสเผ็ด ไวน์ขาวจะเสิร์ฟในอุณหภูมิที่ต่ำกว่าไวน์แดง ความเย็นและรสเปรี้ยวของไวน์สร้างความสดชื่นให้กับการดื่มกิน ตัดรสเผ็ดและกลิ่นคาวทะเลได้เป็นอย่างดี ———————————————————————————————— ติดตามเส้นทางตามรอยบทความได้ที่ : รับชมโปรแกรมการเดินทาง ติดตามบทความการท่องเที่ยวได้ที่ : รับชมบทความการท่องเที่ยว รวบรวมเรื่องราว : บริษัท อิมเมจ ฮอลิเดย์ ————————————————————————————————…

Did You Know? รู้หรือไม่ “MONA LISA” หญิงสาวที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในโลก

โมนาลิซ่า คือภาพวาดสีน้ำมัน สูง 77 เซนติเมตร กว้าง 53 เซนติเมตร เป็นภาพวาดทรงคุณค่าและได้รับการยอมรับว่าเป็นภาพหญิงสาวที่สวยสุดในโลก ถือกำเนิดขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 16 (พ.ศ.2046 – 2050) โดยฝีแปรงของศิลปินเอกระดับโลก เลโอนาร์โด ดา วินชี ด้วยลายเส้นที่แสดงออกถึงความอ่อนโยนนุ่มนวลสมจริงทำให้ผู้คนต่างหลงใหลในความงามของเธอ ดุจดั่งเนรมิตรความมหัศจรรย์ได้เกือบเทียบเทียมธรรมชาติ และสัดส่วนรูปทรงที่ถ่ายทอดได้อย่างไร้ที่ติ โมนาลิซาจึงได้รับคำชื่นชมว่า “เหมือนนางฟ้ามากกว่ามนุษย์” ความงามสมบูรณ์แบบเช่นนี้ เป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าเลโอนาร์โด คือ ยอดอัจฉริยะศิลปินตัวจริงของโลก ลีโอนาร์โด ดาวินชี ทิ้งเพียงรอยยิ้มอันลึกลับ เคลือบแคลงแฝงเร้นด้วยปริศนามากมายลงบนใบหน้าของเธอ โดยเล่าลือกันว่านางในภาพคือ ลิซา เดล โจคอนดา ภรรยาพ่อค้าชาวฟลอเรนซ์ ชื่อ ฟรานเซสโก เดล โจคอนโด และกล่าวว่าขณะเขียนภาพ เละกล่าวว่าขณะเขียนภาพ เลาโอนาร์โดได้ไปว่าจ้างนักร้อง นักดนตรี และตัวตลกมาให้ความบันเทิงแก่หญิงงามผู้เป็นแบบเพื่อให้เธอมีรอยยิ้มที่ปราศจากความเศร้าหมอง โดยเลโอนาร์โด ดาวินชี ใช้เวลาวาดภาพโมนาลิซาถึง 4 ปี จึงวาดสำเร็จ เป็นภาพที่มีชื่อเสียงทั่วโลกภาพหนึ่ง เป็นที่รู้จักในฐานะภาพของสุภาพสตรีที่มีรอยยิ้มอันปริศนา ที่ไม่รู้ว่าเธอจะยิ้มหรือร้องไห้กันแน่ ปัจจุบันอยู่ในความครอบครองของรัฐบาลฝรั่งเศสและเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ลูฟร์…

The Hungary Parliament รัฐสภาที่สวยที่สุดในโลกแห่งฮังการี

“ประเทศฮังการี” มนต์เสน่ห์ตราตรึงใจผู้มาเยือน และมีนักท่องเที่ยวหลายต่อหลายคนที่หลงเสน่ห์ดินแดนแทบนี้อย่างมาก โดยอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามและน่าสนใจอย่างมากก็คือ อาคารรัฐสภาฮังการี ที่ใครมาเที่ยวฮังการีแล้วมักจะไม่พลาดมาเที่ยวชมความสวยงาม Parliament Building Budapest นั้นเป็นอาคารรัฐสภาของฮังการี ที่มีความโดดเด่นอย่างมาก มันตั้งอยู่ริมเเม่น้ำดานูบในฝั่งเปสต์ เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพอย่างมากจากฝั่งปูดา เพราะความสวยงามลงตัวของอาคารสไตล์นีโอโกธิกโดยที่มีหอคอยแหลมและประตูโค้งมากมาย รวมทั้งเงาสะท้อนเป็นผืนน้ำของเเม่น้ำดานูบ ทำให้เกิดเป็นภาพที่เเสนจะประทับใจเหล่าผู้มาเยือนอย่างมากเลยทีเดียว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสุดคลาสสิกของเมืองหลวงเเห่งนี้ อาคารรัฐสภาฮังการี นั้นตั้งอยู่ในฝั่งเปสต์ เพราะว่าเป็นพื้นที่ราบเรียบเเละเเสดงถึงความเป็นประชาธิปไตย โดยมีเเรงบันดาลใจมากจากพระราชวังเวสต์มินสเตอร์แห่งกรุงลอนดอน โดยมันออกเเบบโดย Imre Steindl สถาปนิกชาวฮังการี โดยมีความยาว 268 เมตร เเละมีห้องทั้งหมดกว่า 691 ห้องด้วยกัน โดยมีห้องประชุมใหญ่สองห้องด้วยกันอยู่คนละฝั่ง ภายในตกเเต่งอย่างสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมในเเบบเรเนซองส์และบาร็อก เเละมีการตกเเต่งด้วยทองคำที่มีน้ำหนักรวมกว่า 40 กิโลกรัมด้วยกัน โดยส่วนตรงกลางนั้นจะเป็นโดมที่มีความสุงกว่า 96 เมตร เพื่อใช้ในการประชุมร่วมกัน โดยฮอลล์ตรงกลางนั้นจะมีประติมากรรมของกษัตริย์เเละผู้นำฮังการีกว่า 16 รูปด้วยกัน ———————————————————————————————— ติดตามเส้นทางตามรอยบทความได้ที่ : รับชมโปรแกรมการเดินทาง ติดตามบทความการท่องเที่ยวได้ที่ : รับชมบทความการท่องเที่ยว รวบรวมเรื่องราว : บริษัท อิมเมจ ฮอลิเดย์ ———————————————————————————————— รับชมโปรแกรมการเดินทางสุด Exclusive ได้ที่ http://www.imageholiday.com ติดต่อสอบถามรับข้อมูลการเดินทางได้ที่…

BUDAPEST เมืองหลวงอันร่ำรวยด้วยสถาปัตยกรรม ความสวยงามสมคำร่ำลือ

บูดาเปสต์ (Budapest) นครหลวงแสนสวยของประเทศฮังการีที่ได้ชื่อว่า “ไข่มุกแห่งแม่น้ำดานูบ” เมืองที่คั่นด้วยแม่น้ำดานูบที่สวยงามแยกเมืองเก่าและเมืองใหม่ออกเป็นสองฝั่ง คือฝั่งเมืองบูดาและฝั่งเมืองเปสต์ เมืองที่มีเสน่ห์อันน่าหลงใหลให้เรารู้สึกได้ถึงร่องรอยศิลปะที่สั่งสมมานาน สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญได้แก่ สะพานเชนเซเชนยี (Széchenyi Chain Bridge) : ที่เที่ยวแรกนั้นคือสะพานเชนเซเชนยี สะพานที่พาดระหว่างแม่น้ำดานูบเพื่อเชื่อมฝั่งบูดากับฝั่งเปสต์ไว้ด้วยกัน มีความสวยงามในระดับที่นับว่าเป็นหนึ่งในสะพานที่สวยที่สุดในยุโรปเลยก็ว่าได้ สะพานแห่งนี้จึงกลายมาเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองบูดาเปสต์และฮังการี ลักษณะของสะพานจะเป็นสะพานโซ่ บริเวณคอสะพานมีรูปปั้นแกะสลักสิงโตอยู่ ตำนานเล่าว่าเป็นสิงโตที่คอยเฝ้าดูแลสะพานแห่งนี้นั่นเอง ปราสาทบูดา (Buda Castle) : ปราสาทบูดานับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์สำคัญของเมืองบูดาเปสต์เพราะตั้งเด่นอยู่บนเนินเขา ตัวปราสาทบูดาแห่งนี้มีความยาวกว่า 300 เมตร ในอดีตเคยเป็นที่พำนักของกษัตริย์ฮังการีและเป็นป้อมปราการสำหรับป้องกันผู้รุกราน ปัจจุบันภายในเป็นที่ตั้งของแกลเลอรีแห่งชาติและพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ มีทั้งชุดเกราะและของตกแต่งโบราณมากมาย นอกจากภายในที่วิจิตรแล้ว วิวจากบนปราสาทเมื่อมองลงมาเห็นแม่น้ำดานูบนั้นก็สวยงามมากเช่นเดียวกัน อาคารรัฐสภาฮังการี (Hungarian Parliament Building) : อาคารรัฐสภาฮังการีนั้นตั้งอยู่ริมแม่น้ำดานูบฝั่งเปสต์ เป็นอาคารรัฐสภาที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป รูปแบบอาคารได้รับอิทธิพลมาจากรัฐสภาในกรุงลอนดอน สวยโดดเด่นด้วยศิลปะสไตล์นีโอโกธิค ตกแต่งด้วยทองคำกว่า 40 กิโลกรัมและอัญมณี 500,000 ชิ้น มีประตูทางเข้า 27 แห่ง มีห้องต่างๆ กว่า 700 ห้อง และใช้เวลาก่อสร้างยาวนานกว่า 20 ปี จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมใครๆ…

Did You Know? รู้หรือไม่ ทำไมฟินแลนด์ติดอันดับ1 ประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก

ฟินแลนด์ได้รับการจัดอันดับว่าเป็นประเทศที่มีความมั่นคง ปลอดภัย และไร้การคอร์รัปชั่นมากที่สุดในโลก โดยได้รับการจัดอันดับจากเครือข่ายพัฒนาอย่างยั่งยืนแห่งสหประชาติรายงานความสุขโลกประจำปี หรือ The World Happiness Report ด้วยการเปรียบเทียบปัจจัยหลายอย่าง เช่น อายุขัยของประชากร รายได้ ค่าครองชีพ ความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน ระบบสาธารณูปโภค และการทุจริตคอรัปชั่นของ 156 ประเทศทั่วโลก – รัฐบาลฟินแลนด์มีประวัติการทุจริตน้อยที่สุดในโลก จากรายงานของ The Corruption Perception Index(CPI) ที่สำรวจถึงการคอร์รัปชั่นจากทั่วโลกเมื่อปี 2012 พบว่าฟินแลนด์ เดนมาร์ก และนิวซีแลนด์เป็นสามประเทศที่มีเรื่องของการทุจริตน้อยที่สุดในโลก อีกทั้งประเทศเหล่านี้มีGDPต่อหัวสูง มีอัตราความไม่เสมอภาคต่ำ อัตราการรู้หนังสือของคนในประเทศมีเกือบ100% – ฟินแลนด์มีระบบการศึกษาที่ดีที่สุดในโลก โดยติดอันดับความยอดเยี่ยมทางการศึกษาของ Programme for International Student Assessment(PISA)มาโดยตลอด – ฟินแลนด์เป็นประเทศที่ระบบการปกครองล้มเหลวน้อยที่สุดในโลก โดยFund for Peace ได้จัดอันดับความล้มเหลวของรัฐ พบว่ามีหลายประเทศที่ล้มเหลวด้านการปกครอง แต่ฟินแลนด์กลับเป็นประเทศที่มีเสถียรภาพในด้านนี้มากที่สุดในโลก และนี่ก็เป็นเพียงเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้ฟินแลนด์เป็นประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก ———————————————————————————————— ติดตามเส้นทางตามรอยบทความได้ที่ : รับชมโปรแกรมการเดินทาง ติดตามบทความการท่องเที่ยวได้ที่ : รับชมบทความการท่องเที่ยว…

Did You Know? รู้หรือไม่ “บาแก็ตต์”หรือ“ขนมปังฝรั่งเศส” มีต้นกำเนิดจากประเทศออสเตรีย

“บาแก็ตต์”(Baguette) มีความหมายว่า แท่งไม้ ตามรูปลักษณ์ของมัน เอกลักษณ์ของบาแก็ตต์คือความกรอบของเปลือกที่กรอบนอกนุ่มใน ทำให้เมื่อผ่า ตัด หรือเฉือนเป็นส่วนๆทำได้ง่ายและขนมปังไม่เสียรูป บาแก็ตต์เป็นขนมปังที่คนฝรั่งเศสกินกันอย่างแพร่หลายจนแทบจะกลายเป็นขนมปังประจำชาติ ทำให้คนส่วนใหญ่เรียกบาแก็ตต์ว่า “ขนมปังฝรั่งเศส” แต่รู้หรือไม่จริงๆแล้ว ต้นกำเนิดของบาแก็ตต์ไม่ใช่ประเทศฝรั่งเศส แต่มีต้นกำเนิดมาจากกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ในช่วงยุคกลางศตวรรษที่ 19 ขนมปังฝรั่งเศสจริงๆแบบดั้งเดิมคือ “บูล”(Boule) เป็นขนมปังก้อนกลมๆใหญ่ๆ  เหตุผลที่คนฝรั่งเศสหันมากินบาแก็ตต์แทนบูลกันทั้งประเทศ ก็เพราะรูปร่างที่ไม่เป็นก้อนกลมๆ ทำให้เนื้อขนมไม่สุกจนเกินไป และความกรอบของผิวพอดีกับเนื้อขนม นอกจากนี้ในช่วงปี ค.ศ.1920 ฝรั่งเศสเคยมีกฎหมายแปลกๆ คือห้ามคนทำงานก่อนตีสี่ ทำให้ร้านขนมปังไม่สามารถอบขนมปังได้ทันก่อนเปิดร้าน เพราะใช้เวลาอบนานกว่าบาแก็ตต์ จึงได้มีการออกแบบรูปทรงของขนมปังใหม่ให้สามารถทำและอบสุกได้อย่างรวดเร็ว ทันเวลา และรูปทรงใหม่นี้เหมาะแก่การหั่นทำแซนวิชได้เร็วขึ้นอีกด้วย ———————————————————————————————— ติดตามเส้นทางตามรอยบทความได้ที่ : รับชมโปรแกรมการเดินทาง ติดตามบทความการท่องเที่ยวได้ที่ : รับชมบทความการท่องเที่ยว รวบรวมเรื่องราว : บริษัท อิมเมจ ฮอลิเดย์ ———————————————————————————————— รับชมโปรแกรมการเดินทางสุด Exclusive ได้ที่ http://www.imageholiday.com ติดต่อสอบถามรับข้อมูลการเดินทางได้ที่ โทร : 02-661-8081 / 086-688-8081 Facebook : https://www.facebook.com/Imageholiday/ Youtube :…

Did You Know? รู้หรือไม่ TSA LOCK คืออะไร

TSA ย่อมาจาก “Transportation Security Administration” ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านความปลอดภัยในการเดินทางของประเทศสหรัฐอเมริกา(Transportation Security Administration) ผลิตเป็นกุญแจระบบล็อคขึ้นมา กุญแจตามข้อกำหนดของTSA ใช้ระบบรักษาความปลอดภัย ซึ่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสามารถตรวจสอบของในกระเป๋าของคุณ โดยไม่ต้องงัดกุญแจของคุณหรือทำให้กระเป๋าเกิดความเสียหาย จากนั้นกระเป๋าของคุณจะถูกล็อคอีกครั้งและส่งออกไปยังจุดหมายปลายทาง TSA LOCK คือช่องกุญแจที่ติดไว้บริเวณกุญแจล๊อคกระเป๋าเดินทาง(จุดสังเกต คือจะมีสัญลักษณ์สีแดงทรงข้าวหลามตัด และเขียนคำว่าTSA) ตามมาตรฐานสากลจะมีไว้สำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง(ตม.)ของประเทศนั้นๆ มีไว้เพื่อคัดกรองสิ่งของข้ามแดน ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ในการตรวจและยึดสิ่งของต้องห้ามเฉพาะ เมื่อตรวจเรียบร้อยก็จะส่งคืนทรัพย์สินอื่นๆภายในกระเป๋าของเราให้อยู่ในสภาพเดิม เนื่องจากบางครั้งเราเดินทางไปยังประเทศที่เข้มงวดและไม่ทราบกฎหรือข้อห้ามของแต่ละประเทศ นักท่องเที่ยวอาจเผลอทำผิดกฎโดยไม่รู้ตัวและไม่ได้มีเจตนา เช่น นำพืช ผัก ผลไม้ หรือของต้องห้ามเข้าประเทศเป็นต้น ซึ่งบางประเทศห้ามและเข้มงวดมากกับการนำเข้ามาในประเทศ เจ้าหน้าที่ที่ได้รับสิทธิ์เท่านั้นที่จะสามารถเปิดกระเป๋าของคุณได้ เช่น เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง(ตม.)จะเปิดได้ในกรณีที่เครื่องสแกนกระเป๋าแล้วตรวจพบวัตถุต้องสงสัยเข้าข่ายพกยาเสพติดหรืออุปกรณ์อันตรายเท่านั้น ซึ่งกระเป๋าจะอยู่อย่างปลอดภัยหากไม่มีสิ่งต้องสงสัยดังกล่าว และนักท่องเที่ยวไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะเกิดอันตรายต่อของในกระเป๋า ดังนั้นเมื่อซื้อกระเป๋าไปจึงไม่มีลูกกุญแจTSAอยู่ในกระเป๋านั่นเอง ———————————————————————————————— ติดตามเส้นทางตามรอยบทความได้ที่ : รับชมโปรแกรมการเดินทาง ติดตามบทความการท่องเที่ยวได้ที่ : รับชมบทความการท่องเที่ยว รวบรวมเรื่องราว : บริษัท อิมเมจ ฮอลิเดย์ ———————————————————————————————— รับชมโปรแกรมการเดินทางสุด Exclusive ได้ที่ http://www.imageholiday.com ติดต่อสอบถามรับข้อมูลการเดินทางได้ที่ โทร : 02-661-8081 / 086-688-8081 Facebook…

24 December “Christmas Eve” ตำนานความเชื่อคืนก่อนถึงวันคริสมาสต์

Christmas Eve เป็นวันก่อนวันคริสต์มาส 1 วัน คือในวันที่ 24 ธ.ค. ซึ่งก็คือวันนี้นี่เอง ส่วนเหตุผลที่มี Christmas Eve ก็เพราะว่า ชาวยิวนับวันใหม่คือช่วง 6 โมงเย็น ตามพระคัมภีร์ bible พระธรรมปฐมกาล บทที่ 1 ข้อที่ 5 ที่อธิบายเรื่องพระเจ้าสร้างโลกว่า “มีเวลาเย็น และเวลาเช้า เป็นวันแรก” ดังนั้นวันคริสต์มาสของชาวยิว ก็จะเริ่มในตอน 6 โมงเย็นของวันที่ 24 ธันวาคม ชาวคริสต์จำนวนมากจะเดินทางไปร่วมพิธี ตามโบสถ์คาทอลิค สวดมนต์ ร้องเพลง จุดเทียน (Candlelight Service) ทำกันในเวลาเที่ยงคืน หรือที่ทางเยอรมนีเรียกว่า “ไวฮนาคท” (Weihnacht) มีความหมายเดียวกันกับคำว่า “White Christmas” ซึ่งถือว่าเป็น “คืนอันศักดิ์สิทธิ์” หรือคืนที่พระเยซูทรงประสูติมีเนื้อหนังมังสาเป็นมนุษย์บนโลก ในคืนวันคริสต์มาสอีฟ เด็กๆจะนำถุงเท้าไปแขวนไว้หน้าเตาผิง เพราะเชื่อว่าคุณลุงซานต้าจะปีนลงมาตามปล่องไฟ และเอาของขวัญใส่ไว้ในถุงเท้าที่มีชื่อของแต่ละคนติดไว้ พอตอนเช้า เด็กๆ จะรีบตื่นมาตรวจถุงเท้าของตัวเองว่ามีของขวัญจากซานต้าหรือไม่…

Did you know รู้หรือไม่ จิบไวน์อย่างไรให้มีสไตล์

การจิบไวน์ เป็นเหมือนการเสพศิลปะอย่างหนึ่ง เพราะต้องใช้เวลาดื่มด่ำและพินิจพิเคราะห์ กระบวนการหมัก วัตถุดิบ รวมไปถึงกรรมวิธีในการทำอย่างละเมียดละไม นักชิมไวน์มือโปรจะสามารถบอกได้เลยว่า ไวน์ที่ตนดื่มอยู่นั้นทำมาจากองุ่นพันธุ์ไหน หมักในปีอะไร และมีวิธีการเก็บไวน์อย่างไร การชิมกับการดื่มจึงแตกต่างกัน เพราะการชิมคือการรับรู้รสชาติของไวน์โดยผ่านประสาทสัมผัสของคุณ เพื่อที่จะเข้าถึงรสชาติของไวน์อย่างลึกซึ้ง โดยมีวิธีการจิบไวน์ที่ถูกต้องเพื่อได้รับรสชาติของไวน์อย่างถ่องแท้และสามารถออกสังคมได้อย่างสมเกียรติ โดยมีวิธีดังนี้      – การจับแก้วไวน์ การจับแก้วไวน์นั้นให้จับเฉพาะตรงก้านของแก้ว หากเอามือไปจับตรงตัวแก้ว ความร้อนของมือเราจะส่งผ่านไปถึงแก้ว ทำให้อุณภูมิของไวน์สูงขึ้น      – การดู การดูไวน์นั้นให้ดูในที่ที่มีแสง ทางที่ดีที่สุดคือให้นำไวน์เทใส่ลงไปในแก้วแล้วค่อยๆหมุนดูไปตามแสง เพื่อที่เราจะได้รู้ว่ามีความใสหรือขุ่นมากน้อยเพียงใด โดยความใสหรือความขุ่นของไวน์นั้นจะบ่งบอกว่าเป็นไวน์ที่ทำมาจากองุ่นพันธุ์อะไร ไวน์แดง : จะมีสีจัดจ้านและหลากหลาย เช่น ไวน์ที่ถูกหมักใหม่จะมีสีแดงสด ถ้าเป็นไวน์ที่หมักมานาน จะมีสีน้ำตาลแดง ไวน์ขาว : มีสีเขียวบางจนถึงสีเหลืองทองน้ำตาล ยิ่งไวน์ขาวนั้นถูกเก็บนานเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเป็นสีทองมากขึ้นเท่านั้น      – การหมุน กับ การดม เนื่องจากการดมเป็นประสาทสัมผัสหลัก ดังนั้นการหมุนแก้วไวน์ไปเรื่อยๆประมาณ 10 ถึง 20 วินาที จะทำให้ไวน์นั้นระเหยไปรอบๆแก้ว จากนั้นให้ลดจมูกลงไปที่แก้วพร้อมหลับตาและสูดกลิ่นจากแก้วไวน์อย่างพินิจพิเคราะห์ คุณจะได้รับรู้ถึงกลิ่นของไวน์ได้ชัดเจน…

นาฬิกาแบรนด์ดังตำนานที่ยังคงคลาสสิคตลอดกาลเมื่อสวมใส่

Patek Philippe : แบรนด์นาฬิกาที่หรูที่สุดกับสโลแกน “คุณไม่ได้เป็นเจ้าของ Patek Philippe แต่แค่เก็บไว้ชั่วคราวเพื่อคนรุ่นหลัง” หลังจากที่ Patek Philippe ก่อตั้งขึ้น ก็ได้รับตรารับรองมาตรฐานของเจนีวา ซึ่งเป็นการรับรองคุณภาพของนาฬิกาที่รัฐบาลของเจนีวายอมรับ แต่ตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา ได้มีการนำระบบรับรองคุณภาพเข้ามาเอง จึงไม่ได้รับตรารับรองมาตรฐานของเจนีวาอีก เรียกได้ว่าเป็นความมั่นใจที่เหมาะกับที่ถูกเรียกว่านาฬิกาแบรนด์เนมชิ้นเอก  Panerai : “เพราะคิดว่าความเรียบหรู และเรื่องราวจะเอาชนะทุกสิ่งได้” ในยุคที่นาฬิกา Smart watch บุกตลาด หลายคนอาจเริ่มสงสัยถึงอนาคตของนาฬิกาแบรนด์อื่น ๆ รวมถึงนาฬิกาแบรนด์ระดับบน ด้าน Panerai เองไม่เคยกังวลกับตลาด ตลอดหลายปีที่ผ่านมาพวกเขาเล่นตลาดเฉพาะกลุ่มที่ชื่นชอบนาฬิกา ที่เปรียบเสมือนเครื่องประดับชิ้นหรู สามารถใส่ได้ตลอด แม้กาลเวลาจะเนิ่นนานไปเพียงใด ไม่ใช่สิ่งของจะมาแล้วก็จากไป ราคาที่ยอมแลกไปกับความประณีตของชิ้นงาน ทำให้ Panerai แตกต่างจากนาฬิกาอื่นทั่วไป Rolex : “เราไม่ได้ต้องการที่จะใหญ่ที่สุด แต่หากเป็นหนึ่งในผู้ที่ “ดีที่สุด” ในอุตสาหกรรม” โรเล็กซ์ผลิตเครื่องภายใน (Movement) ด้วยตัวเองซึ่งไม่เหมือนกับแบรนด์ดังอื่น ๆ ที่อาจใช้ของกันและกันได้ ที่โรเล็กซ์ช่างฝีมือกว่า200 คนรวมทั้งช่างเทคนิคจะต้องช่วยกันผลิตนาฬิกาแต่ละเรือนตามมาตรฐานเพื่อให้ได้ตราประทับของโรเล็กซ์ ” มัน(จำเป็นต้องมีคุณภาพ)…