Did You Know? รู้หรือไม่ ชาอู่หลง คือสุดยอดแห่งชา

ชาถือเป็นเครื่องดื่มเก่าแก่ของโลก ได้รับความนิยมตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน ทำให้แทบทุกร้านที่ขายเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะระดับธรรมดาหรือหรูหราล้วนแต่มีเมนูเกี่ยวกับชาอยู่เสมอ ชามีหลากหลายสายพันธุ์ แต่ชาที่ทั่วโลกให้การยอมรับ ก็คือ ชาอู่หลง ซึ่งถูกยกย่องให้เป็น ราชันแห่งชา ถือเป็นชาที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศจีน เพราะมีกลิ่นหอมคล้ายควันไฟ น้ำผึ้งหรือลูกพีชแล้วแต่สัมผัสของแต่ละคน มีรสชาติคล้ายบรั่นดี ทว่ากลับนุ่มละมุนลิ้น นิยมปลูกมากที่แถบเทือกเขาWuji ซึ่งมีวิธีในการปลูกและเก็บเกี่ยวค่อนข้างลำบาก ทำให้ในแต่ละปีได้ใบชาไม่มากนัก ราคาจึงสูงถึงกิโลกรัมละ 38 ล้านบาท ———————————————————————————————— ติดตามเส้นทางตามรอยบทความได้ที่ : รับชมโปรแกรมการเดินทาง ติดตามบทความการท่องเที่ยวได้ที่ : รับชมบทความการท่องเที่ยว รวบรวมเรื่องราว : บริษัท อิมเมจ ฮอลิเดย์ ———————————————————————————————— รับชมโปรแกรมการเดินทางสุด Exclusive ได้ที่ http://www.imageholiday.com ติดต่อสอบถามรับข้อมูลการเดินทางได้ที่ โทร : 02-661-8081 / 086-688-8081 Facebook : https://www.facebook.com/Imageholiday/ Youtube : https://www.youtube.com/user/ImageHolday Line Official : https://line.me/R/ti/p/%40imageholiday Line : http://line.me/ti/p/PAJhrUhtII Youtube : https://www.youtube.com/user/ImageHolday Instagram : https://www.instagram.com/imageholiday/…

Did You Know? รู้หรือไม่ เคยมีการปล้นสุสานของพระนางซูสีไทเฮา

วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ.2451 พระนางซูสีไทเฮาผู้ซึ่งเป็นดั่งหงส์ที่อยู่เหนือบัลลังก์มังกรมานานนับสิบๆปีได้สิ้นพระชนม์ลง ด้วยสิริพระชันษา 74 ปี หลังการสวรรคตของกวงซวีฮ่องเต้เพียงหนึ่งวัน ศพของพระนางถูกบรรจุไว้ในสุสานตะวันออกของราชวงศ์ชิง ชิงตงหลิง มณฑลเหอเป่ย ห่างจากพระราชวังต้องห้ามประมาณ 120 กิโลเมตร ในสุสานของพระนางนั้นเต็มไปด้วยทรัพย์สมบัติมากมาย ทั้งทองคำ หยก เพชรพลอย อัญมณีที่พระนางโปรดปราน และสุสานแห่งนี้ยังเป็นที่ฝังพระศพซุ่นจื่อ คังซี เฉียนหลง เสียนเฟิง ถงจื้ออีกด้วย หลังจากนั้น 20 ปีตรงกับวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ.2471 ซุนเตี่ยนอิง ซึ่งเป็นขุนโจรชื่อดังได้นำกำลังพลเข้าล้อมสุสานชิงตงหลิง แล้วระเบิดทางเข้าสุสาน บุกเข้าไปขโมยทรัพย์สมบัติล้ำค่าในสุสานของพระนาง ศพถูกลากมาทิ้งกองไว้กับพื้น พระภูษาทั้งชั้นนอก ชั้นในถูกฉีกทิ้ง ไม่เว้นแม้แต่มุกเม็ดขนาดเท่าไข่นกพิราบที่ใส่ไว้ในพระโอษฐเพื่อหวังรักษาสภาพศพตามความเชื่อโบราณก็ถูกขโมยไป การปล้นสุสานครั้งนั้นสร้างความตื่นตะลึงไปทั่วประเทศจีนและทั่วโลก มีการเรียกร้องให้รัฐบาลเจียงไคเช็คเอาผิดซุนเตียนอิง แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีการจัดการใดๆ จนกระทั่งในปี 1947 ถูกกองทัพปลดปล่อยประชาชนของพรรคคอมมิวนิสต์จับตัวได้และเสียชีวิตในปีถัดมา ระหว่างการถูกควบคุมตัวที่เขตเมืองหานตาน มณฑลเหอเป่ย ———————————————————————————————— ติดตามเส้นทางตามรอยบทความได้ที่ : รับชมโปรแกรมการเดินทาง ติดตามบทความการท่องเที่ยวได้ที่ : รับชมบทความการท่องเที่ยว รวบรวมเรื่องราว : บริษัท อิมเมจ ฮอลิเดย์ ————————————————————————————————…

ตะลุยกินของอร่อยใน Tian Zi Fang สตรีทฟูัดยอดฮิตของชาวเซี่ยงไฮ้

Tian Zi Fang ตลาดเก่าแก่ของเซี่ยงไฮ้ ที่มีมายาวนานกว่า 80 ปี เดิมเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชาวจีน และเริ่มมีชื่อเสียงจากการจัดแสดงศิลปะแนวสตรีท ในช่วงปี 1998 และเริ่มมีการนำสินค้าต่าง ๆ เข้ามาขาย จนกลายเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีสินค้าแนวสตรีทมากมาย จนได้รับความนิยมมาถึงปัจจุบัน สถาปัตยกรรมของที่นี่ เป็นสไตล์บ้านทรงยุโรปสลับกับบ้านแบบจีน ให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในย่านช็อปปิ้งของยุโรป นอกจากนี่ที่นี่ยังมีอาหารสตรีทฟู้ดมากมาย ที่แปลกใหม่ อร่อย และราคาถูก โดยเฉพาะของว่างยอดนิยมอย่างมันฝรั่งทอดเส้นยาว ที่มีคนต่อคิวแน่นจนต้องใช้เวลาในการรอประมาณ 20 นาที กันเลยทีเดียว ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีครบทั้ง ความสนุก ความอร่อย แถมยังสามารถเพลิดเพลินกับศิลปะอันทรงคุณค่าที่มีแอบอยู่ตามมุมต่าง ๆ ของตลาดได้ตลอดสาย เป็นอีกสถานที่ที่เมื่อได้มาเยือนเซี่ยงไฮ้แล้วห้ามพลาดเด็ดขาด   ———————————————————————————————— ติดตามเส้นทางตามรอยบทความได้ที่ : รับชมโปรแกรมการเดินทาง ติดตามบทความการท่องเที่ยวได้ที่ : รับชมบทความการท่องเที่ยว รวบรวมเรื่องราว : บริษัท อิมเมจ ฮอลิเดย์ ———————————————————————————————— รับชมโปรแกรมการเดินทางสุด Exclusive ได้ที่ http://www.imageholiday.com ติดต่อสอบถามรับข้อมูลการเดินทางได้ที่ โทร : 02-661-8081 / 086-688-8081 Facebook :…

เส้นทางของใบชาหลงจิ่ง ชาขึ้นชื่อแห่งเมืองหางโจว

ชาไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องดื่มเท่านั้น แต่ชายังมีความหมายถึงการติดต่อทางสังคมและการใช้ชีวิต แม้ว่าระหว่างการจิบชา สนใจชา ขายชา หรือเรียนรู้เพื่อรู้จักชาให้มากขึ้น จะไม่มีเส้นแบ่งขีดที่ชัดเจน แต่ว่า “วงจรของชา” ยังหมายถึงการที่คนเข้าใจชีวิตมากขึ้น และเกี่ยวพันกับชาไม่ว่าโดยตรงหรือทางอ้อม เดือนเมษายน  บนถนนสายธุรกิจที่หางโจว  สาวพนักงานขายชาเชิญให้ลูกค้าลองชิมชาฟรีข้างถนน หางโจวไม่เหมือนกับเมืองฝูเจี้ยนหรืออันฮุยที่มีตลาดชาที่ขนาดใหญ่กว่า แต่ชาและผลิตภัณฑ์จากชา (ของหางโจว) ได้กระจายขายไปทั่วเมือง อย่างไรก็ตามชาก็มีวงจรของชา คนที่อยู่ในวงจรของชาก็ไม่เหมือนกัน ก็จะพบเจออะไรก็ไม่เหมือนกัน ที่หางโจวจะมีร้านน้ำชาแบบนี้ให้เห็นอยู่ทั่วไป พนักงานร้านน้ำชาจะแต่งตัวแบบนี้เพื่อเรียกลูกค้าและสาธิตการชงชาให้ดูด้วย จากประวัติศาสตร์ หางโจวเคยมีงานเลี้ยงฉลองชาด้วย แต่ปัจจุบันงานเลี้ยงแบบนี้หาได้ยาก แต่ถ้าจะพูดถึงการใช้ใบชาเป็นส่วนประกอบของการทำอาหาร ก็ยังสามารถหากินได้ในภัตตาคารหลายแห่ง พื้นที่บริเวณเจียงหนาน (ทางใต้ของแม่น้ำแยงซีรวมเมืองหางโจวและเมืองอื่นๆ ) มีอาหารหลายจานที่ใช้ชาเป็นส่วนประกอบ ทุกปีระหว่างเดือนเมษายนถึงมิถุนายน นักธุรกิจที่หางโจวจะจัดกิจกรรม “งานเลี้ยงชา”  เพื่อดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยว ———————————————————————————————— ติดตามเส้นทางตามรอยบทความได้ที่ : รับชมโปรแกรมการเดินทาง ติดตามบทความการท่องเที่ยวได้ที่ : รับชมบทความการท่องเที่ยว รวบรวมเรื่องราว : บริษัท อิมเมจ ฮอลิเดย์ ———————————————————————————————— รับชมโปรแกรมการเดินทางสุด Exclusive ได้ที่ http://www.imageholiday.com ติดต่อสอบถามรับข้อมูลการเดินทางได้ที่ โทร : 02-661-8081 / 086-688-8081 Facebook :…

สัมผัสบรรยากาศเมืองเก่า กับถนนสายวัฒนธรรมโบราณเทียนจิน

ถนนสายวัฒนธรรมโบราณเทียนจิน (กู่เหวินฮั่วเจีย:古文化街) อยู่ในเขตหนานไค ถนนกงหนัน เป็นสถานที่แห่งหนึ่งในเทียนจินที่สร้างอาคาร บ้านเรือนเลียนแบบในสมัยราชวงศ์ชิง กู่เหวินฮั่วเจียเปิดเป็นย่านการค้าตั้งแต่ปี 1986 ถนนสายนี้มีร้านมากมาย โดยสินค้าที่วางจำหน่ายส่วนใหญ่เป็นประเภทของที่ระลึกทางวัฒนธรรม อาทิ อุปกรณ์การเขียนอักษรจีน แกะสลักตราประทับ ภาพวาดพู่กัน สินค้าหัตกรรมต่างๆ นอกจากจะได้ช้อปปิ้งแล้วที่นี้ยังมีของกินนานาชนิดให้เลือกชิมระหว่างเลือกซื้อของ ส่วนใหญ่เป็นของเกี่ยวกับประเพณีและวัฒนธรรม แต่ก็ไม่ได้มีแต่ของขาย ภายในบริเวณทางยังมีวัดอยู่ด้วย เช่นวัดเทียนโฮ่ว วัดนี้เก่าแก่มากสร้างในปี 1326 สมัยโบราณใช้เป็นที่สำหรับเซ่นไหว้เทพแห่งท้องทะเล และเป็นที่ชุมนุมสังสรรค์ของคนเรือ แต่ช่วงต้นศตวรรษที่19 กลับเริ่มค่อยๆเปลี่ยนแปลงกลายเป็นเพียงบ้านพักที่อยู่อาศัยธรรมดาไปทีละนิด  จนเมื่อปี 1986 ค่อยมีการบูรณะใหม่จนกลายเป็นถนนวัฒนธรรมโบราณ สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงดังทุกวันนี้ ———————————————————————————————— ติดตามเส้นทางตามรอยบทความได้ที่ : รับชมโปรแกรมการเดินทาง ติดตามบทความการท่องเที่ยวได้ที่ : รับชมบทความการท่องเที่ยว รวบรวมเรื่องราว : บริษัท อิมเมจ ฮอลิเดย์ ———————————————————————————————— รับชมโปรแกรมการเดินทางสุด Exclusive ได้ที่ http://www.imageholiday.com ติดต่อสอบถามรับข้อมูลการเดินทางได้ที่ โทร : 02-661-8081 / 086-688-8081 Facebook : https://www.facebook.com/Imageholiday/ Youtube : https://www.youtube.com/user/ImageHolday Line Official : https://line.me/R/ti/p/%40imageholiday…

ย้อนตำนานแดนมังกร “ซาลาเปาโก่วปู้หลี่” กับประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่าร้อยปี

อาหารชื่อดังของเมืองเทียนจิน ชื่อว่า ซาลาเปาหมาเมิน (โก่วปู้หลี่) (โก่ว=สุนัข ปู้=ไม่ หลี่=มอง)  ร้านที่ขายซาลาเปานี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่าร้อยปี โดยมีตำนานเล่าว่ากำเนิดขึ้นบนแดนมังกรครั้งแรกในสมัยจักรพรรดิกวงสู้ แห่งราชวงศ์ชิง (ค.ศ.1875-1909) โดยชาวบ้านครอบครัวหนึ่งจาก อู่ชิง มณฑลเหอเป่ย เดิมมีชื่อว่า “เต๋อจวี้เฮ้า” แต่เหตุที่ได้ชื่อใหม่ว่า “โก่วปู้หลี่” ก็เพราะว่า ครั้งหนึ่งร้านซาลาเปาแห่งนี้  มีเจ้าของร้านชื่อว่า เกากุ้ยโหย่ว เขามีชื่อเล่นในสมัยเด็กว่า “ลูกหมา” (โก่วจื่อ) เนื่องมาจากว่าบิดาของเขามีบุตร ก็คือ เกากุ้ยโหย่ว ตอนอายุ 40 ปี ดังนั้นจึงตั้งชื่อเล่นให้ลูกว่า โก่วจื่อ เพื่อขอภาวนาให้บุตรชายได้อยู่เย็นเป็นสุข และเติบโตอย่างปลอดภัย ต่อมา ร้านซาลาเปาของเกากุ้ยโหย่ว มีลูกค้ามาอุดหนุนมากมาย กิจการเจริญรุ่งเรืองและมีชื่อเสียงมากขึ้นทุกวัน ทำให้เขายุ่งกับการขายซาลาเปา จนไม่มีเวลาทักทายลูกค้าเหมือนอย่างเคย จึงโดนลูกค้าล้อเล่นกันว่า “ลูกหมาขายซาลาเปา อะไรๆ ก็ไม่สน” นานวันเข้าจึงเรียกว่า “ซาลาเปาโก่วปู้หลี่” ก็คือ “ซาลาเปาหมาเมิน” นั่นเอง ชื่อนี้เป็นที่เรียกติดปากกันทั่วไปทำให้ชื่อร้านจริงๆ ของ เกากุ้ยโหย่ว กลับถูกลืมหายไป ความอร่อยของซาลาเปาหมาเมิน…

Did You Know? รู้หรือไม่ ทำไมจีนจึงเป็นเจ้าของแพนด้าทุกตัวในโลก

หมีแพนด้า จัดเป็นสัญลักษณ์ของจีนที่พบตามธรรมชาติได้เฉพาะในเขตมณฑลเสฉวน บริเวณที่หมีแพนด้าชอบอาศัย คือ พื้นที่ที่เป็นป่าไม้ไผ่หนาทึบ มีอากาศหนาวเย็นและชื่น ลักษณะลวดลายบริเวณลำตัวของหมีแพนด้าจะมีสีขาว ยกเว้นหู รอบตา จมูก ปาก แขน ขา และไหล่จะเป็นสีดำ แพนด้าจึงถือเป็นสัญลักษณ์ทางการทูตอย่างหนึ่งของจีน จะเห็นได้ว่าจีนส่งหมีแพนด้าไปยังสวนสัตว์สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น ในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1970 โดยการให้ยืม ซึ่งเป็นเครื่องหมายการค้าแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างจีนและชาติตะวันตก การปฎิบัติเป็นธรรมเนียมเช่นนี้ทำให้มีคนเรียกแพนด้าว่า “ทูตสันถวไมตรี” อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี ค.ศ.1984 ไม่มีการใช้หมีแพนด้าในฐานะทูตสันถวไมตรีอีกต่อไป แต่จีนมีการเสนอที่จะส่งหมีแพนด้าไปยังชาติอื่นโดยให้ยืมเป็นเวลา 10 ปี โดยต้องจ่ายค่าธรรมเนียมพื้นฐานปีละ 1,000,000 ดอลล่าร์สหรัฐ และมีข้อกำหนดว่าลูกของแพนด้าใดๆที่เกิดระหว่างการยืมนั้น ถือเป็นทรัพย์สินของสาธารณรัฐประชาชนจีน ———————————————————————————————— ติดตามเส้นทางตามรอยบทความได้ที่ : รับชมโปรแกรมการเดินทาง ติดตามบทความการท่องเที่ยวได้ที่ : รับชมบทความการท่องเที่ยว รวบรวมเรื่องราว : บริษัท อิมเมจ ฮอลิเดย์ ———————————————————————————————— รับชมโปรแกรมการเดินทางสุด Exclusive ได้ที่ http://www.imageholiday.com ติดต่อสอบถามรับข้อมูลการเดินทางได้ที่ โทร : 02-661-8081 / 086-688-8081 Facebook : https://www.facebook.com/Imageholiday/ Youtube…

Did You Know? รู้หรือไม่ ทำไมจิ๋นซีฮ่องเต้ถึงสร้างสุสานกองทัพทหารดินเผา

สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ คือ มหาสุสานของจักรพรรดิจีน จิ๋นซีฮ่องเต้ (ฉินสื่อหวงตี้) แห่งราชวงศ์ฉิน  จิ๋นซีฮ่องเต้ทรงสร้างสุสานกองทัพทหารดินเผาขึ้น เพื่อใช้เป็นสถานที่เก็บพระบรมศพของพระองค์เอง แสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการและสถาปัตยกรรมโบราณของจีนและศักยภาพอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ จักรพรรดิจีนทุกพระองค์ในประวัติศาสตร์จีนจะมีความใฝ่ฝันสูงสุดคือ  ต้องการยาอายุวัฒนะ ถ้าหากพระองค์ยังเสาะแสวงหาไม่ได้ สิ่งที่พระองค์จะต้องทำก็คือ การสร้างมหาสุสานขนาดใหญ่โตมโหฬาร เพื่อเป็นที่ประทับหลังความตาย ชาวจีนเชื่อว่าเมื่อเจ้าของร่างถึงแก่กรรม ร่างจะต้องได้รับการฝังอย่างถูกต้องตามประเพณี โดยจะถูกบรรจุร่างไว้ภายในสุสานตามฐานะของผู้ตาย หลังจิ๋นซีฮ่องเต้ทรงขึ้นครองราชย์ในปี 247 ก่อนคริสตกาล พระองค์ก็เริ่มสร้างสุสานของพระองค์ เพราะมีความเชื่อเกี่ยวกับชีวิตหลังความตายของพระองค์ ทรงสร้างหุ่นกองทัพทหารดินเผาจำนวนมากรวมทั้งรถม้าและม้าศึก เพื่อให้ทั้งหมดนี้ติดตามไปรับใช้และอารักขาพระองค์ในปรโลก และด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้หุ่นทหารดินเผา ม้าศึกและรถม้าในสุสาน ล้วนแต่มีขนาดเท่าของจริงทุกประการ ———————————————————————————————— ติดตามเส้นทางตามรอยบทความได้ที่ : รับชมโปรแกรมการเดินทาง ติดตามบทความการท่องเที่ยวได้ที่ : รับชมบทความการท่องเที่ยว รวบรวมเรื่องราว : บริษัท อิมเมจ ฮอลิเดย์ ———————————————————————————————— รับชมโปรแกรมการเดินทางสุด Exclusive ได้ที่ http://www.imageholiday.com ติดต่อสอบถามรับข้อมูลการเดินทางได้ที่ โทร : 02-661-8081 / 086-688-8081 Facebook : https://www.facebook.com/Imageholiday/ Youtube : https://www.youtube.com/user/ImageHolday Line Official : https://line.me/R/ti/p/%40imageholiday Line :…

“ด้ายแดง” ตำนานแห่งรักแท้ ในความเชื่อของชาวจีน

ตำนานเรื่องด้ายแดงมีจุดกำเนิดมาจากประเทศจีน โดยมีความเชื่อว่า ด้ายแดงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างชายหญิงที่เป็นเนื้อคู่กันมาตั้งแต่ชาติที่แล้ว ซึ่งเป็นเหมือนแรงอธิษฐานของหนุ่มสาวที่ซื่อตรงต่อความรักซึ่งกันและกันแต่ไม่สามารถครองรักกันได้ ก่อนที่ทั้งสองจะตายจากกันไปได้ขอพรต่อสวรรค์เพื่อให้ทั้งคู่ได้กลับมาครองรักกันอีกในภพชาติต่อไป เพราะฉะนั้นจึงได้เกิดเป็นความเชื่อที่ว่า คนที่คู่กันจะเกิดมาพร้อมกับด้ายแดงผูกไว้ที่นิ้วก้อยของแต่ละฝ่าย ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า นอกจากนี้ด้ายแดงยังมีความยาวถึงสองรอบของโลก ซึ่งด้ายแดงจะค่อยๆ ขดกลับเข้าหากันเพื่อให้หนุ่มสาวได้มาเจอกัน และจะขาดจากกันเมื่อทั้งคู่ตายจากกันไปนั้นเอง นอกจากนี้ยังมีความเชื่อเกี่ยวกับ เฒ่าจันทรา (เทพเย่ว์เหล่า) ซึ่งเป็นเทพผู้เดียวที่สามารถมองเห็นด้ายแดงของมนุษย์ และสามารถตัดด้ายแดงให้ขาดออกจากกันได้ หากหนุ่มสาวคู่ไหนที่อยากให้ตนเองสมหวังเรื่องความรัก สามารถไปขอพรเฒ่าจันทราได้ที่ วัดหลงซาน ประเทศไต้หวัน ซึ่งเป็นสถานที่ขอพรเรื่องความรักยอดนิยม ภายในมีรูปปั้นของเฒ่าจันทราอยู่ นอกจากนี้ยังมีเทพเจ้าจากหลายลัทธิที่สามารถไปกราบไหว้ได้อีกด้วย   ———————————————————————————————— ติดตามเส้นทางตามรอยบทความได้ที่ : รับชมโปรแกรมการเดินทาง ติดตามบทความการท่องเที่ยวได้ที่ : รับชมบทความการท่องเที่ยว รวบรวมเรื่องราว : บริษัท อิมเมจ ฮอลิเดย์ ———————————————————————————————— รับชมโปรแกรมการเดินทางสุด Exclusive ได้ที่ http://www.imageholiday.com ติดต่อสอบถามรับข้อมูลการเดินทางได้ที่ โทร : 02-661-8081 / 086-688-8081 Facebook : https://www.facebook.com/Imageholiday/ Youtube : https://www.youtube.com/user/ImageHolday Line Official : https://line.me/R/ti/p/%40imageholiday Line : http://line.me/ti/p/PAJhrUhtII Youtube :…

” Loy Krathong Festival ” ประเพณีที่ไม่ได้มีแค่ในประเทศไทย

วันลอยกระทงในประเทศไทยจะมีขึ้นทุกปีในเดือนพฤศจิกายน ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย ซึ่งในปีนี้ 2561 ตรงกับวันที่ 22 พฤศจิกายน วันนี้ อิมเมจ ฮอลิเดย์ ขอนำเรื่องราวของ ประเทศอื่นๆ ที่มีเทศกาลวันลอยกระทง เหมือนประเทศไทยมาให้ทุกท่านได้อ่าน ซึ่งจุดประสงค์ในการลอยกระทงของชาติอื่นๆอาจจะเหมือนหรือ แตกต่างจากเราขนาดไหนเชิญติดตามได้เลย ลอยกระทงประเทศลาว : ลอยกระทง หรืองานไหลเฮือไฟ ตรงกับ ขึ้น 15ค่ำ เดือน 11 โดยในวันนี้จะมีประเพณีการแข่งเรือที่ริมแม่น้ำโขง บูชาแม่นํ้าด้วยการลอยประทีป และไหลเรือไฟ สำหรับชาวหลวงพระบางยังมีความเชื่อว่าอีกว่า เป็นการบูชาคุณแห่งแม่นํ้าโขงที่เลี้ยงดูมา และเพื่อบูชาพระพุทธเจ้าซึ่งเสด็จกลับมาจากการเทศนาโปรดพุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ลอยกระทงประเทศพม่า : ลอยเพื่อบูชาพระอุปคุตที่อยู่กลางสะดือทะเลประเทศเมียนมาร์ มีตำนานว่าพระเจ้าอโศกมหาราชจะทรงสร้างพระเจดีย์ให้ครบ ๘๔.๐๐๐ แต่ถูกพระยามารขัดขวางคุกคามทำลายพระเจดีย์เหล่านั้น พระเจ้าธรรมาโศกราชจึงทรงขอร้องพระอุปคุต พระอุปคุตจึงไปขอร้องพระยานาค ให้ช่วยจับพระยามารด้วย พระอุปคุตจึงจัดการปราบปราบพระยามารจนสำเร็จ ตั้งแต่นั้นมาเมื่อถึงวันเพ็ญเดือน 12 ราษฎรจึงทำพิธีลอยกระทงเพื่อขอบคุณพระยานาคสืบมาทุกๆ ปี ลอยกระทงประเทศกัมพูชา : หรือเรียกว่า เทศกาลน้ำ เป็นเทศกาลที่คล้ายกับลอยกระทงในประเทศไทยเราค่ะ…

Did You Know? รู้หรือไม่ พระราชวังต้องห้าม ประเทศจีน เป็นพระราชวังที่มีคนเข้าชมมากที่สุดในโลก

พระราชวังต้องห้าม หรืออีกชื่อหนึ่งคือ พระราชวังกู้กง ถือเป็นสถานที่ที่สำคัญที่สุดในการท่องเที่ยวของประเทศจีน และเป็นสถานที่สำคัญของกรุงปักกิ่ง ซึ่งหากใครได้มาท่องเที่ยวประเทศจีนแล้วก็ไม่พลาดที่จะมาเยือน ซึ่งพระราชวังต้องห้ามเป็นอนุสรณ์การปกครองของประเทศจีนในยุคศักดินา และเป็นสิ่งก่อสร้างที่ทรงคุณค่าเชิงประวัติศาสตร์และวรรณคดีอีกด้วย โดยพระราชวังต้องห้ามแห่งนี้ได้รับรางวัลและการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก และยังเป็นโบราณสถานที่สร้างด้วยไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก พระราชวังต้องห้ามเคยเป็นพระราชวังที่ประทับของจักรพรรดิในสมัยราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง และปัจจุบันยังเป็นพิพิธภัณฑ์พระราชวัง ซึ่งมีพื้นที่รวมกว่า 720,000 ตารางเมตร มีห้องมากถึง 9,999 ห้อง พระที่นั่ง 70 กว่าพระองค์ และยังมีทั้งสวน ลานกว้าง และอื่นๆอีกมากมาย ทำให้พระราชวังต้องห้ามมีสภาพเหมือนเป็นเมืองขนาดย่อมๆเมืองหนึ่งของจักรพรรดิจีนโบราณและข้าราชบริพาร ด้วยความยิ่งใหญ่และการเป็นตัวแทนของวัฒนธรรมจีนโบราณนี้เอง ทำให้พระราชวังต้องห้ามเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวจีนและชาวต่างชาติ ที่ดึงดูดผู้ชมได้มากกว่า 15,340,000 คนต่อปี เป็นพระราชวังที่มีคนเข้าชมมากที่สุดในโลก และยังได้รับการยกย่องจากUNESCOให้เป็นมรดกโลกอีกด้วย ———————————————————————————————— ติดตามเส้นทางตามรอยบทความได้ที่ : รับชมโปรแกรมการเดินทาง ติดตามบทความการท่องเที่ยวได้ที่ : รับชมบทความการท่องเที่ยว รวบรวมเรื่องราว : บริษัท อิมเมจ ฮอลิเดย์ ———————————————————————————————— รับชมโปรแกรมการเดินทางสุด Exclusive ได้ที่ http://www.imageholiday.com ติดต่อสอบถามรับข้อมูลการเดินทางได้ที่ โทร : 02-661-8081 / 086-688-8081 Facebook : https://www.facebook.com/Imageholiday/ Youtube : https://www.youtube.com/user/ImageHolday…