Did You Know? รู้หรือไม่ ทำไมจีนจึงเป็นเจ้าของแพนด้าทุกตัวในโลก

หมีแพนด้า จัดเป็นสัญลักษณ์ของจีนที่พบตามธรรมชาติได้เฉพาะในเขตมณฑลเสฉวน บริเวณที่หมีแพนด้าชอบอาศัย คือ พื้นที่ที่เป็นป่าไม้ไผ่หนาทึบ มีอากาศหนาวเย็นและชื่น ลักษณะลวดลายบริเวณลำตัวของหมีแพนด้าจะมีสีขาว ยกเว้นหู รอบตา จมูก ปาก แขน ขา และไหล่จะเป็นสีดำ แพนด้าจึงถือเป็นสัญลักษณ์ทางการทูตอย่างหนึ่งของจีน จะเห็นได้ว่าจีนส่งหมีแพนด้าไปยังสวนสัตว์สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น ในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1970 โดยการให้ยืม ซึ่งเป็นเครื่องหมายการค้าแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างจีนและชาติตะวันตก การปฎิบัติเป็นธรรมเนียมเช่นนี้ทำให้มีคนเรียกแพนด้าว่า “ทูตสันถวไมตรี” อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี ค.ศ.1984 ไม่มีการใช้หมีแพนด้าในฐานะทูตสันถวไมตรีอีกต่อไป แต่จีนมีการเสนอที่จะส่งหมีแพนด้าไปยังชาติอื่นโดยให้ยืมเป็นเวลา 10 ปี โดยต้องจ่ายค่าธรรมเนียมพื้นฐานปีละ 1,000,000 ดอลล่าร์สหรัฐ และมีข้อกำหนดว่าลูกของแพนด้าใดๆที่เกิดระหว่างการยืมนั้น ถือเป็นทรัพย์สินของสาธารณรัฐประชาชนจีน ———————————————————————————————— ติดตามเส้นทางตามรอยบทความได้ที่ : รับชมโปรแกรมการเดินทาง ติดตามบทความการท่องเที่ยวได้ที่ : รับชมบทความการท่องเที่ยว รวบรวมเรื่องราว : บริษัท อิมเมจ ฮอลิเดย์ ———————————————————————————————— รับชมโปรแกรมการเดินทางสุด Exclusive ได้ที่ http://www.imageholiday.com ติดต่อสอบถามรับข้อมูลการเดินทางได้ที่ โทร : 02-661-8081 / 086-688-8081 Facebook : https://www.facebook.com/Imageholiday/ Youtube…

Did You Know? รู้หรือไม่ ทำไมจิ๋นซีฮ่องเต้ถึงสร้างสุสานกองทัพทหารดินเผา

สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ คือ มหาสุสานของจักรพรรดิจีน จิ๋นซีฮ่องเต้ (ฉินสื่อหวงตี้) แห่งราชวงศ์ฉิน  จิ๋นซีฮ่องเต้ทรงสร้างสุสานกองทัพทหารดินเผาขึ้น เพื่อใช้เป็นสถานที่เก็บพระบรมศพของพระองค์เอง แสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการและสถาปัตยกรรมโบราณของจีนและศักยภาพอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ จักรพรรดิจีนทุกพระองค์ในประวัติศาสตร์จีนจะมีความใฝ่ฝันสูงสุดคือ  ต้องการยาอายุวัฒนะ ถ้าหากพระองค์ยังเสาะแสวงหาไม่ได้ สิ่งที่พระองค์จะต้องทำก็คือ การสร้างมหาสุสานขนาดใหญ่โตมโหฬาร เพื่อเป็นที่ประทับหลังความตาย ชาวจีนเชื่อว่าเมื่อเจ้าของร่างถึงแก่กรรม ร่างจะต้องได้รับการฝังอย่างถูกต้องตามประเพณี โดยจะถูกบรรจุร่างไว้ภายในสุสานตามฐานะของผู้ตาย หลังจิ๋นซีฮ่องเต้ทรงขึ้นครองราชย์ในปี 247 ก่อนคริสตกาล พระองค์ก็เริ่มสร้างสุสานของพระองค์ เพราะมีความเชื่อเกี่ยวกับชีวิตหลังความตายของพระองค์ ทรงสร้างหุ่นกองทัพทหารดินเผาจำนวนมากรวมทั้งรถม้าและม้าศึก เพื่อให้ทั้งหมดนี้ติดตามไปรับใช้และอารักขาพระองค์ในปรโลก และด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้หุ่นทหารดินเผา ม้าศึกและรถม้าในสุสาน ล้วนแต่มีขนาดเท่าของจริงทุกประการ ———————————————————————————————— ติดตามเส้นทางตามรอยบทความได้ที่ : รับชมโปรแกรมการเดินทาง ติดตามบทความการท่องเที่ยวได้ที่ : รับชมบทความการท่องเที่ยว รวบรวมเรื่องราว : บริษัท อิมเมจ ฮอลิเดย์ ———————————————————————————————— รับชมโปรแกรมการเดินทางสุด Exclusive ได้ที่ http://www.imageholiday.com ติดต่อสอบถามรับข้อมูลการเดินทางได้ที่ โทร : 02-661-8081 / 086-688-8081 Facebook : https://www.facebook.com/Imageholiday/ Youtube : https://www.youtube.com/user/ImageHolday Line Official : https://line.me/R/ti/p/%40imageholiday Line :…

“ด้ายแดง” ตำนานแห่งรักแท้ ในความเชื่อของชาวจีน

ตำนานเรื่องด้ายแดงมีจุดกำเนิดมาจากประเทศจีน โดยมีความเชื่อว่า ด้ายแดงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างชายหญิงที่เป็นเนื้อคู่กันมาตั้งแต่ชาติที่แล้ว ซึ่งเป็นเหมือนแรงอธิษฐานของหนุ่มสาวที่ซื่อตรงต่อความรักซึ่งกันและกันแต่ไม่สามารถครองรักกันได้ ก่อนที่ทั้งสองจะตายจากกันไปได้ขอพรต่อสวรรค์เพื่อให้ทั้งคู่ได้กลับมาครองรักกันอีกในภพชาติต่อไป เพราะฉะนั้นจึงได้เกิดเป็นความเชื่อที่ว่า คนที่คู่กันจะเกิดมาพร้อมกับด้ายแดงผูกไว้ที่นิ้วก้อยของแต่ละฝ่าย ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า นอกจากนี้ด้ายแดงยังมีความยาวถึงสองรอบของโลก ซึ่งด้ายแดงจะค่อยๆ ขดกลับเข้าหากันเพื่อให้หนุ่มสาวได้มาเจอกัน และจะขาดจากกันเมื่อทั้งคู่ตายจากกันไปนั้นเอง นอกจากนี้ยังมีความเชื่อเกี่ยวกับ เฒ่าจันทรา (เทพเย่ว์เหล่า) ซึ่งเป็นเทพผู้เดียวที่สามารถมองเห็นด้ายแดงของมนุษย์ และสามารถตัดด้ายแดงให้ขาดออกจากกันได้ หากหนุ่มสาวคู่ไหนที่อยากให้ตนเองสมหวังเรื่องความรัก สามารถไปขอพรเฒ่าจันทราได้ที่ วัดหลงซาน ประเทศไต้หวัน ซึ่งเป็นสถานที่ขอพรเรื่องความรักยอดนิยม ภายในมีรูปปั้นของเฒ่าจันทราอยู่ นอกจากนี้ยังมีเทพเจ้าจากหลายลัทธิที่สามารถไปกราบไหว้ได้อีกด้วย   ———————————————————————————————— ติดตามเส้นทางตามรอยบทความได้ที่ : รับชมโปรแกรมการเดินทาง ติดตามบทความการท่องเที่ยวได้ที่ : รับชมบทความการท่องเที่ยว รวบรวมเรื่องราว : บริษัท อิมเมจ ฮอลิเดย์ ———————————————————————————————— รับชมโปรแกรมการเดินทางสุด Exclusive ได้ที่ http://www.imageholiday.com ติดต่อสอบถามรับข้อมูลการเดินทางได้ที่ โทร : 02-661-8081 / 086-688-8081 Facebook : https://www.facebook.com/Imageholiday/ Youtube : https://www.youtube.com/user/ImageHolday Line Official : https://line.me/R/ti/p/%40imageholiday Line : http://line.me/ti/p/PAJhrUhtII Youtube :…

” Loy Krathong Festival ” ประเพณีที่ไม่ได้มีแค่ในประเทศไทย

วันลอยกระทงในประเทศไทยจะมีขึ้นทุกปีในเดือนพฤศจิกายน ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย ซึ่งในปีนี้ 2561 ตรงกับวันที่ 22 พฤศจิกายน วันนี้ อิมเมจ ฮอลิเดย์ ขอนำเรื่องราวของ ประเทศอื่นๆ ที่มีเทศกาลวันลอยกระทง เหมือนประเทศไทยมาให้ทุกท่านได้อ่าน ซึ่งจุดประสงค์ในการลอยกระทงของชาติอื่นๆอาจจะเหมือนหรือ แตกต่างจากเราขนาดไหนเชิญติดตามได้เลย ลอยกระทงประเทศลาว : ลอยกระทง หรืองานไหลเฮือไฟ ตรงกับ ขึ้น 15ค่ำ เดือน 11 โดยในวันนี้จะมีประเพณีการแข่งเรือที่ริมแม่น้ำโขง บูชาแม่นํ้าด้วยการลอยประทีป และไหลเรือไฟ สำหรับชาวหลวงพระบางยังมีความเชื่อว่าอีกว่า เป็นการบูชาคุณแห่งแม่นํ้าโขงที่เลี้ยงดูมา และเพื่อบูชาพระพุทธเจ้าซึ่งเสด็จกลับมาจากการเทศนาโปรดพุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ลอยกระทงประเทศพม่า : ลอยเพื่อบูชาพระอุปคุตที่อยู่กลางสะดือทะเลประเทศเมียนมาร์ มีตำนานว่าพระเจ้าอโศกมหาราชจะทรงสร้างพระเจดีย์ให้ครบ ๘๔.๐๐๐ แต่ถูกพระยามารขัดขวางคุกคามทำลายพระเจดีย์เหล่านั้น พระเจ้าธรรมาโศกราชจึงทรงขอร้องพระอุปคุต พระอุปคุตจึงไปขอร้องพระยานาค ให้ช่วยจับพระยามารด้วย พระอุปคุตจึงจัดการปราบปราบพระยามารจนสำเร็จ ตั้งแต่นั้นมาเมื่อถึงวันเพ็ญเดือน 12 ราษฎรจึงทำพิธีลอยกระทงเพื่อขอบคุณพระยานาคสืบมาทุกๆ ปี ลอยกระทงประเทศกัมพูชา : หรือเรียกว่า เทศกาลน้ำ เป็นเทศกาลที่คล้ายกับลอยกระทงในประเทศไทยเราค่ะ…

Did You Know? รู้หรือไม่ พระราชวังต้องห้าม ประเทศจีน เป็นพระราชวังที่มีคนเข้าชมมากที่สุดในโลก

พระราชวังต้องห้าม หรืออีกชื่อหนึ่งคือ พระราชวังกู้กง ถือเป็นสถานที่ที่สำคัญที่สุดในการท่องเที่ยวของประเทศจีน และเป็นสถานที่สำคัญของกรุงปักกิ่ง ซึ่งหากใครได้มาท่องเที่ยวประเทศจีนแล้วก็ไม่พลาดที่จะมาเยือน ซึ่งพระราชวังต้องห้ามเป็นอนุสรณ์การปกครองของประเทศจีนในยุคศักดินา และเป็นสิ่งก่อสร้างที่ทรงคุณค่าเชิงประวัติศาสตร์และวรรณคดีอีกด้วย โดยพระราชวังต้องห้ามแห่งนี้ได้รับรางวัลและการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก และยังเป็นโบราณสถานที่สร้างด้วยไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก พระราชวังต้องห้ามเคยเป็นพระราชวังที่ประทับของจักรพรรดิในสมัยราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง และปัจจุบันยังเป็นพิพิธภัณฑ์พระราชวัง ซึ่งมีพื้นที่รวมกว่า 720,000 ตารางเมตร มีห้องมากถึง 9,999 ห้อง พระที่นั่ง 70 กว่าพระองค์ และยังมีทั้งสวน ลานกว้าง และอื่นๆอีกมากมาย ทำให้พระราชวังต้องห้ามมีสภาพเหมือนเป็นเมืองขนาดย่อมๆเมืองหนึ่งของจักรพรรดิจีนโบราณและข้าราชบริพาร ด้วยความยิ่งใหญ่และการเป็นตัวแทนของวัฒนธรรมจีนโบราณนี้เอง ทำให้พระราชวังต้องห้ามเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวจีนและชาวต่างชาติ ที่ดึงดูดผู้ชมได้มากกว่า 15,340,000 คนต่อปี เป็นพระราชวังที่มีคนเข้าชมมากที่สุดในโลก และยังได้รับการยกย่องจากUNESCOให้เป็นมรดกโลกอีกด้วย ———————————————————————————————— ติดตามเส้นทางตามรอยบทความได้ที่ : รับชมโปรแกรมการเดินทาง ติดตามบทความการท่องเที่ยวได้ที่ : รับชมบทความการท่องเที่ยว รวบรวมเรื่องราว : บริษัท อิมเมจ ฮอลิเดย์ ———————————————————————————————— รับชมโปรแกรมการเดินทางสุด Exclusive ได้ที่ http://www.imageholiday.com ติดต่อสอบถามรับข้อมูลการเดินทางได้ที่ โทร : 02-661-8081 / 086-688-8081 Facebook : https://www.facebook.com/Imageholiday/ Youtube : https://www.youtube.com/user/ImageHolday…

Did You Know? รู้หรือไม่ ทำไมคนจีนชอบดื่มชา

จีนเป็นชนชาติแรกที่รู้จักการดื่มชา ผลิตชา และทำไร่ชามานานกว่า 2,000 ปีแล้ว มีตำนานมากมายเล่าถึงการกำเนิดของชาและประเพณีการดื่มชา มีเรื่องเล่ากันว่านานมาแล้วในประเทศจีนเกิดการระบาดของอหิวาตกโรค ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก มีหมอจีนคนหนึ่งสังเกตเห็นว่า สาเหตุของโรคระบาดมาจากน้ำสกปรกที่ชาวบ้านใช้ดื่มกิน จึงพยายามหาวิธีที่จะให้ชาวบ้านหันมาดื่มน้ำต้มสุกแทนน้ำดิบ โดยทดลองนำใบไม้หลายชนิดมาต้มน้ำร้อน เพื่อให้มีกลิ่นหอมและรสดีชวนดื่ม เมื่อชาวบ้านดื่มน้ำชากันมากขึ้น โรคห่าก็ค่อยๆหมดไปในที่สุด ตั้งแต่นั้นมาชาวจีนก็นิยมดื่มน้ำชามาจนถึงปัจจุบัน ชาได้กลายเป็นวัฒนธรรมพิเศษอย่างหนึ่งของชาวจีน ปัจจุบันในวันเทศกาลขึ้นปีใหม่หรือวันตรุษจีน หน่วยงานและองค์กรต่างๆของจีนส่วนมากจะจัดงานเลี้ยงน้ำชาสัมมนาแก่แขกและผู้มาเยือน ———————————————————————————————— ติดตามเส้นทางตามรอยบทความได้ที่ : รับชมโปรแกรมการเดินทาง ติดตามบทความการท่องเที่ยวได้ที่ : รับชมบทความการท่องเที่ยว รวบรวมเรื่องราว : บริษัท อิมเมจ ฮอลิเดย์ ———————————————————————————————— รับชมโปรแกรมการเดินทางสุด Exclusive ได้ที่ http://www.imageholiday.com ติดต่อสอบถามรับข้อมูลการเดินทางได้ที่ โทร : 02-661-8081 / 086-688-8081 Facebook : https://www.facebook.com/Imageholiday/ Youtube : https://www.youtube.com/user/ImageHolday Line Official : https://line.me/R/ti/p/%40imageholiday Line : http://line.me/ti/p/PAJhrUhtII Youtube : https://www.youtube.com/user/ImageHolday Instagram : https://www.instagram.com/imageholiday/ อิมเมจ ฮอลิเดย์…

Did You Know? รู้หรือไม่ ประเทศจีนมีโรงงานเพาะเลี้ยงยุงขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

“ยุง” เป็นแมลงที่ดูดเลือดทั้งคนและสัตว์ เป็นพาหะนำเชื้อโรคอย่างมาลาเรียและไข้เลือดออกที่มักแพร่ระบาดในภูมิภาคเอเชีย ในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตเพราะยุงเป็นสาเหตุจำนวนมาก ในปี 2557 ประเทศจีนพบผู้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกกว่า 47,000 ราย และไม่มีวัคซีนใดๆที่จะรักษาโรคไข้เลือดออกได้ทันท่วงที ทำให้ประชากรกว่า 22,000 รายเสียชีวิต และส่วนใหญ่เป็นประชากรวัยเด็ก จากปัญหานี้ประเทศจีนจึงหาวิธีแก้ไขโดยการตั้งโรงงานเพาะยุงขึ้น เพื่อใช้ “ยุงปราบยุง” โรงงานนี้ตั้งอยู่ที่เมืองกว่างโจว เมืองที่มีคนป่วยโรคไข้เลือดออกมากที่สุด โดยนักวิทยาศาสตร์ได้ร่วมกันทดลองปล่อยกองทัพยุงที่ดัดแปลงพันธุกรรมราว 500,000 – 600,000 ตัวไปบนเกาะซาไจ เกาะใกล้เมืองกว่างโจว ซึ่งมีเนื้อที่ 3 ตารางกิโลเมตรทุกสัปดาห์ เพื่อสังเกตุการลดลงชองประชากรยุงบนเกาะ ยุงตัวผู้ที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรมให้เป็นหมัน นอกจากมันไม่ดูดเลือดมนุษย์(ซึ่งเป็นเรื่องปกติของยุงตัวผู้อยู่แล้ว) มันยังสามารถทำให้ไข่ของยุงตัวเมียไม่สามารถฟักเป็นตัวอ่อนได้อีกด้วย และผลการทดลองพบว่าสามารถลดจำนวนยุงได้ถึงร้อยละ 90 เลยทีเดียว และสามารถช่วยลดอัตราเสี่ยงของโรคต่างๆที่เกิดจากยุงอันเป็นพาหะนำโรค ในอดีตจีนเคยใช้วิธีการทางรังสีวิทยาเพื่อทำให้ยุงเป็นหมัน แต่วิธีนี้มีผลข้างเคียงที่ทำให้สัตว์อื่นๆที่ถูกรังสีได้รับผลกระทบไปด้วย และถ้าจะปล่อยรังสีเพื่อให้ยุงตัวผู้เป็นหมันก็ต้องแข่งกับอัตราการผสมพันธุ์ที่รวดเร็วของยุงด้วย จึงหยุดใช้รังสีและหันมาใข้วิธี “ยุงปราบยุง” แทน ———————————————————————————————— ติดตามเส้นทางตามรอยบทความได้ที่ : รับชมโปรแกรมการเดินทาง ติดตามบทความการท่องเที่ยวได้ที่ : รับชมบทความการท่องเที่ยว รวบรวมเรื่องราว : บริษัท อิมเมจ ฮอลิเดย์ ———————————————————————————————— รับชมโปรแกรมการเดินทางสุด Exclusive ได้ที่ http://www.imageholiday.com ติดต่อสอบถามรับข้อมูลการเดินทางได้ที่ โทร :…

ถนนจงหยาง สวรรค์แห่งการช็อปปิ้งของเมืองฮาร์บิน

นับเป็นสถานที่อีกแห่งหนึ่งซึ่งมีชื่อเสียงไม่แพ้โบสถ์เซนท์โซเฟียในเมืองอาร์บิน ถนนจงยางเป็นถนนที่ปูด้วยหินสีเขียวอ่อนทั้งสาย เป็นถนนการค้าที่ขึ้นชื่อของเมืองฮาร์บิน ตามสองข้างทางของถนนสายนี้มีสิ่งก่อสร้างสไตล์ต่างประเทศปรากฏอยู่เป็นจำนวน มาก ในแต่ละวันจะเห็นผู้คนเดินไปมาขวักไขว่ไม่ขาดสาย ถนนจงยางเป็นถนนเก่าแก่ที่มีประวัตินับร้อยปีแล้ว เริ่มสร้างขึ้นเมื่อปี 1898 เดิมมีชื่อว่า “จงกว๋อต้าเจียน” ซึ่งแปลเป็นไทยว่า “ถนนใหญ่จีน”เมื่อปี 1925 ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น “จงยางต้าเจียน” ซึ่งแปลเป็นไทยว่า “ถนนใหญ่กลาง”ถนนสายนี้มีสไตล์การก่อสร้างที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ตามสองข้างทางที่สำคัญมีอาคารบ้านเรือนสไตล์ยุโรปมากถึง ๗๑ แห่งซึ่งส่วนใหญ่สร่างขึ้นระหว่างปี 1903 ถึง ปี 1927 มีลักษณะพิเศษที่น่าสนใจอย่างยิ่ง แม้ว่าความรุ่งโรจน์ในอดีตของถนนใหญ่จงยางได้ค่อยๆ จืดจางลงท่ามกลางแสงสี ทันสมัยอันละลานตา แต่ทว่า อาคารบ้านเรือนสถาปัตยกรรมยุโรปที่อยู่เคียงข้างห้างสรรพสินค้าอันทันสมัย มักจะทำให้ผู้คนหวนระลึกถึงความยิ่งใหญ่ในอดีตของถนนใหญ่จงยางแห่งนี้เสมอ และทุกวันนี้ ถนนการค้าที่มีชื่อ สายนี้ก็ยังคงเป็นสวรรค์แห่งการช็อปปิ้งของเมืองฮาร์บิน ไม่เปลี่ยนแปลง ———————————————————————————————— ติดตามเส้นทางตามรอยบทความได้ที่ : รับชมโปรแกรมการเดินทาง ติดตามบทความการท่องเที่ยวได้ที่ : รับชมบทความการท่องเที่ยว รวบรวมเรื่องราว : บริษัท อิมเมจ ฮอลิเดย์ ———————————————————————————————— รับชมโปรแกรมการเดินทางสุด Exclusive ได้ที่ http://www.imageholiday.com ติดต่อสอบถามรับข้อมูลการเดินทางได้ที่ โทร : 02-661-8081 / 086-688-8081 Facebook :…

เทศกาลฤดูหนาวสุดยิ่งใหญ่ในประเทศจีน HARBIN ICE & SNOW WORLD 2019

อิมเมจ ฮอลิเดย์ พาท่านไปสัมผัสความหนาวเย็นและความสวยงามของน้ำแข็งและหิมะแกะสลักที่สวยงามระดับโลกกับเทศกาล “Harbin International Ice and Snow Sculpture Festival” เทศกาลแกะสลักน้ำแข็งและหิมะที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งจัดมาอย่างยาวนานจนถึงปัจจุบันซึ่งเป็นครั้งที่ 35 แล้ว ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจและควรไปเยือนสักครั้ง เพราะสิ่งที่จะได้สัมผัสด้วยสายตานั้นคือประติมากรรมน้ำแข็งและหิมะหลากหลายขนาดและรูปทรงที่แกะสลักโดยนักแกะสลักฝีมือดีจากทั่วโลก เทศกาลนี้จัดทุกปีที่เมืองฮาร์บิน เมืองหลวงแห่งมณฑลเห่ยหลงเจียง ซึ่งอยู่ในเขตตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ซึ่งทางทิศเหนือของมณฑลนี้มีส่วนที่ติดกับรัสเซียและมีอากาศหนาวจัดระดับ -10°C ถึง -25°C โดยสามารถเดินทางไปได้อย่างสะดวกสบายโดยเครื่องบินหรือรถไฟความเร็วสูง นอกจากน้ำแข็งและหิมะแกะสลักขนาดมหึมาที่มีให้ดู ฮาร์บินยังมีกิจกรรมต่าง ๆ ให้เพลิดเพลินกันได้ทั้งครอบครัว เช่น ชมการประกวดแกะสลักน้ำแข็ง ชมการแสดงประกอบแสง สีและเสียง เล่นเลื่อนหิมะ ไอซ์สเก็ต หากอยากต้องการความเอ๊กซ์ตรีมขึ้นมาอีกนิดก็สามารถเล่นสกี สโนว์บอร์ด หรือฮอกกี้น้ำแข็งได้ ———————————————————————————————— ติดตามเส้นทางตามรอยบทความได้ที่ : รับชมโปรแกรมการเดินทาง ติดตามบทความการท่องเที่ยวได้ที่ : รับชมบทความการท่องเที่ยว รวบรวมเรื่องราว : บริษัท อิมเมจ ฮอลิเดย์ ———————————————————————————————— รับชมโปรแกรมการเดินทางสุด Exclusive ได้ที่ http://www.imageholiday.com ติดต่อสอบถามรับข้อมูลการเดินทางได้ที่ โทร : 02-661-8081 / 086-688-8081 Facebook…

เสิร์ฟเมนูคลายหนาว กับสุกี้หม้อไฟสไตล์ฮาร์บิ้น

หากพูดถึงฤดูหนาวของประเทศโซนเอเชีย และใครอยากที่จะสัมผัส “หิมะ” หลายท่านคงคิดถึงประเทศเกาหลี และญี่ปุ่นเป็นอันดับต้นๆ แต่หลายคนคงยังไม่คุ้นหูกับเมืองที่ชื่อว่า “ฮาร์บิ้น” ที่ตั้งอยู่ในประเทศจีน ฮาร์บิ้นเป็นเมืองเอกของมณฑลเฮย์หลงเจียง อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ ของประเทศจีน ฮาร์บินมีสมญานามว่า ‘ไข่มุกบนคอหงส์’ รวมถึง ‘มอสโกแห่งตะวันออก’ และฮาร์บินยังเป็นที่รู้จักและเลื่องลือในชื่อ ‘เมืองแห่งน้ำแข็ง’ เพราะมีฤดูหนาวที่ยาวนานและหนาวเย็นมาก หม้อไฟ สไตล์ฮาร์บิน เป็นเมนูที่เหมาะแก่การทานในช่วงอากาศหนาวเย็น ด้วยน้ำซุปหมาล่าสูตรเฉพาะของที่นี่มีรสเผ็ด กลิ่นหอมชวนลิ้มลอง กับความกลมกล่อมกำลังพอดี ติดความชาปลายลิ้นนิดๆ ตามสไตล์หมาล่า ปรุงรสด้วยวัตถุดิบพื้นเมือง ไม่ว่าจะเป็นพืชผัก นานาชนิด เนื้อสัตว์ ทั้งเนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อแพะ คุณภาพเยี่ยม ที่จะมาเพิ่มรสชาติให้น้ำซุปและเครื่องเคียงต่างๆให้ความอร่อยลงตัวตามเอกลักษณ์ของพื้นเมืองที่นี่ แล้วท่านจะประทับใจในรสชาติพร้อมกับเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกายได้อีกด้วย ———————————————————————————————— ติดตามเส้นทางตามรอยบทความได้ที่ : รับชมโปรแกรมการเดินทาง ติดตามบทความการท่องเที่ยวได้ที่ : รับชมบทความการท่องเที่ยว รวบรวมเรื่องราว : บริษัท อิมเมจ ฮอลิเดย์ ———————————————————————————————— รับชมโปรแกรมการเดินทางสุด Exclusive ได้ที่ http://www.imageholiday.com ติดต่อสอบถามรับข้อมูลการเดินทางได้ที่ โทร : 02-661-8081 / 086-688-8081 Facebook :…

เยือนประเทศมหาอำนาจ มหานครเซี่ยงไฮ้ท่องดินแดนแห่งเทพนิยาย ตะลุยเมืองหนาวฮาร์บิน

อิมเมจ ฮอลิเดย์ ขอนำพาทุกท่านไปรู้จักกับ ” เซี่ยงไฮ้ ” เมืองที่ใหญ่ที่สุดของสาธารณรัฐประชาชนจีน ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำแยงซีเกียง เป็นเขตการปกครองระดับเขตการปกครองพิเศษแบบเทศบาลนคร ซึ่งมีสถานะเทียบเท่ากับมณฑล มีท่าเรือที่มีจำนวนเรือคับคั่งที่สุดในโลก เซี่ยงไฮ้ในอดีตเป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมง แต่ในปัจจุบันเซี่ยงไฮ้กลายเป็นเมืองที่มีคนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นมากที่สุดในจีน เต็มไปด้วยร้านค้า สิ่งก่อสร้าง ถนนเต็มไปด้วยรถ จักรยาน และผู้คน สิ่งที่พบเห็นได้มากในเมืองนี้ จนอาจถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ คือต้นเมเปิลที่มีอายุเกือบร้อยปี ซึ่งปลูกโดยในสมัยที่ฝรั่งเศสเข้ามายึดครองเซี่ยงไฮ้ สวนอี้หยวนป่าไม้ในตัวเมือง กับประวัติอันยาวนานกว่า 400 ปี : มีประวัตินานกว่า 400 ปีแล้ว เล่ากันว่า เป็นสวนที่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่งสร้างขึ้นเพื่อให้คุณพ่อใช้ชีวิต ในบั้นปลายอย่างสงบสุข “อี้หยวน”มีเนื้อที่ 2 เฮกตาร์ ประกอบด้วยสิ่งปลูกสร้างต่างๆกว่า 20 หลัง มีเก๋งจีนและศาลาหลายหลังกระจัดกระจายอยู่ภายในสวน ก้อนหินที่มีรูปร่างลักษณะต่างๆตั้งเรียงราย ต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงารื่นรมย์ ภูเขาจำลองที่ทำขึ้นด้วยหินสีเหลืองหนักหลายพันตันมีความสูง14 เมตร นับเป็นภูเขาจำลองเก่าแก่ที่สร้างได้ละเอียดประณีตที่สุดและ มีขนาดใหญ่ที่สุดในเขตตอนใต้แม่น้ำแยงซี และ ” ฮาร์บิ้น ” หากพูดถึงฤดูหนาวของประเทศโซนเอเชีย และใครอยากที่จะสัมผัส “หิมะ” หลายท่านคงคิดถึงประเทศเกาหลี และญี่ปุ่นเป็นอันดับต้นๆ แต่หลายคนคงยังไม่คุ้นหูกับเมืองที่ชื่อว่า “ฮาร์บิ้น” ที่ตั้งอยู่ในประเทศจีน ฮาร์บิ้นเป็นเมืองเอกของมณฑลเฮย์หลงเจียง อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ ของประเทศจีน ฮาร์บินมีสมญานามว่า…