รัสปูติน พ่อมดแห่งไซบีเรีย

“หากข้าถูกสังหารโดยน้ำมือของสามัญชน ราชวงศ์โรมานอฟจะปกครองรัสเซียไปได้อีกหลายร้อยปี  แต่หากข้าถูกสังหารโดยเชื้อพระวงศ์ ราชวงศ์โรมานอฟจะต้องถึงกาลอวสาน”

ข้อความฉบับสุดท้ายที่ “กริกอรี รัสปูติน” ได้ฝากถึงซาร์นิโคลัช ที่ 2 แห่งรัสเซีย

1333032648196-cached

น้อยคนนักในประวัติศาสตร์ของรัสเซีย ที่มีชื่อเสียงกระฉ่อนเทียบเท่ากับรัสปูติน บุรุษผู้ลึกลับจากไซบีเรีย และชื่อของเขากลายเป็นชื่อที่คนจดจำว่าเต็มไปด้วยความอื้อฉาวตลอดกาล
สำหรับชาวรัสเซียนั้นมีมุมมองที่หลากหลายเกี่ยวกับรัสปูติน ทั้งในตอนที่เขายิงมีชีวิตอยู่และในช่วงหลังความตาย คนรัสเซียเห็นเขาเป็นตั้งแต่ “คนธรรมมะธัมโม” ไปจนถึง “สัตว์เลื้อยคลาน” ก็ไม่ปาน

743px-gorskii_04663u

(เมือง Pokrovskoye, ซึ่งขนานไปด้วยแม่น้ำ Tura ในปี ค.ศ. 1912 และโบสถ์ที่ถูกสร้างในราวปี     ค.ศ. 1906 และถูกทำลายลงในปี ค.ศ.1950)

“ชีวิตในวัยเด็ก”
ราวๆปี ค.ศ.1869 กริกอรี่ เยฟิโมวิช รัสปูติน ได้ลืมตาดูโลกขึ้นมา ในครอบครัวชาวนาบ้านนอก ในหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่ง ของเมือง Pokrovskoye ณ แถบดินแดนไซบีเรียอันไกลโพ้น กริกอรี่เป็นบุตรคนที่ 5 จากทั้งหมด 9 คน และเขาก็เป็นคนที่ไม่สนใจในเรื่องของการศึกษา โดยกริกอรี่สามารถทำได้แค่อ่านออกเขียนได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น (จากการสำรวจในปี ค.ศ. 1897 พบว่าประชาชนในหมู่บ้านส่วนมากเป็นผู้ไม่รู้หนังสือ)

912de548dfc46590b3c97f274f36de6b

ครั้งหนึ่งเคยมีนักบวชในหมู่บ้านได้กล่าวถึงกริกอรี่ว่า “เขาเป็นผู้มีพลังวิเศษที่จะสามารถปลดปล่อยพลังแห่งธรรมชาติได้” ในขณะที่ชาวบ้านคนอื่นๆกล่าวว่าเขาคือ ตัวแทนแห่งความชั่วร้ายรุนแรง เนื่องจากในวัยหนุ่ม รัสปูตินมีความกระหายที่จะเป็นเกษตรกรผู้ที่ทำงานหนัก ดื่มเหล้าหนัก และเสเพลเรื่องผู้หญิง ขนาดอวัยวะเพศที่ผิดมนุษย์มนาของเขาเป็นที่ชื่นชอบของเด็กสาวในหมู่บ้าน (บางตำราท่กล่าวถึงรัสปูติน อ้างว่า รัสปูตินนั้นมีอวัยวะเพศยาวถึง 13 นิ้ว) ครั้งหนึ่งเด็กหนุ่มรัสปูตินในวัยเพียง 16 ปี ได้ถูกหญิงสาวราว 6 คน ร่วมกันล่อลวงเพื่อไปกระทำชำเราทางเพศ นับตั้งแต่นั้น รัสปูตินจึงเริ่มเที่ยวโสเภณีในหมู่บ้านเกิดของเขา       เมื่ออายุ 20 ปี รัสปูตินได้แต่งงานกับเด็กสาวในท้องถิ่นเดียวกัน ชื่อ ปราสโกเวีย เฟโอ โดรอฟน่า ดูโบรวิน่า จนกระทั่งมีบุตรด้วยกัน ถึงกระนั้นเขาก็ยังคงติดเที่ยวโสเภณีอยู่เรื่อยไป

ก้าวเข้าสู่ศาสนา
ถึงแม้ว่าจะแต่งงานแล้ว กริกอรี่ก็ยังเที่ยวโสเภณีอยู่ จากการที่ได้ร่วมทางกามอารมณ์กับเด็กสาว รัสปูตินได้ถูกชักจูงให้ได้รับรู้ถึงความหลากหลายทางศาสนา ซึ่งเขาได้เข้าสู่นิกายนอกรีดที่ชื่อว่า นิกายคริสติ ซึ่งสอนให้เชื่อว่ามนุษย์นั้นมีบาปติดตัวมาแต่แรกเกิด ซึ่งต้องมีการทำพิธีกรรมล้างบาป ด้วยวิธีกรรมอันแปลกประหลาด ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก รัสปูตินจึงถูกขับไล่ออกจากหมู่บ้าน
แม้จะถูกขับไล่ออกจากหมู่บ้านไปแล้ว รัสปูตินก็เร่ร่อนไปทั่วรัสเซียแต่ก็ยังคงหาหญิงสาวมาเพื่อประกอบพิธีกรรม ด้วยกามอารมณ์และความพิลึกพิลั่นต่างๆ โรเบิร์ต แม็ตซี่ นักเขียนอัตชีวประวัติเคยกล่าวว่า “การร่วมเพศกับคนไม่ได้อาบน้ำ หนวดเคราและมือที่สกปรก ได้ก่อให้เกิดความรู้สึกดีอย่างคาดไม่ถึง”

alexandra-and-alexei

(เจ้าชายอเล็กเซย์ และ จักรพรรดินี อเล็กซานดรา เฟโอโดรอฟนา แห่งรัสเซีย)

“เข้ารักษา เจ้าชายอเล็กเซย์”
ในปี ค.ศ. 1903 รัสปูตินได้ย้ายถิ่นฐานเข้ามายัง กรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (เมืองหลวงของรัสเซียในสมัยนั้น) ชาวบ้านได้กล่าวถึงการมาของนักบวชนิรามผู้นี้ว่ามีเวทย์มนต์ลึกลับและความสามารถในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้
2 ปีต่อมา รัสปูตินได้ถูกเรียกให้เข้าเฝ้าซาร์นิโคลัชที่ 2 (กษัตริย์แห่งรัสเซียในสมัยนั้น) เพื่อรักษาอาการป่วยของเจ้าชายอเล็กเซย์ ซึ่งป่วยเป็นโรคฮีโมฟีเลีย (Hemophilia) อาการของเจ้าชายพระองค์น้อยมีอาการโลหิตไหลไม่หยุดถึง 3 วัน ด้วยเหตุนี้เป็นเหตุให้ซาร์นิโคลัชที่ 2 ยอมทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาเจ้าชายอเล็กเซย์ จนกระทั่งได้ทราบข่าวการมาของนักบวชนิรนามผู้นี้
รัสปูตินสามารถบรรเทาอาการฮีโมฟีเลีย ของเจ้าชายอเล็กซิสได้ ซึ่งทำให้ซาร์นิโคลัสที่ 2 และ ซารีน่า อเล็กซานดร้า พอพระทัยเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ทำให้รัสปูตินมีความสัมพันธ์สวามกับหญิงทุกชนชั้นตั้งแต่สาวใช่ โสเภณีไปจนถึงชนชั้นสูงอย่างนักแสดง หรือภรรยาของนายทหารก็ไม่เว้น แต่สุภาพสตรีที่ถือว่ามีชื่อเสียงที่สุดของรัสปูติน คือ องค์ซารีนา อเล็กซานดร้านั้นก็ได้ตกเป็นทาสสวาทของรัสปูตินและได้มีการเขียนบทความ กลอน ต่างๆ อันเพราะพริ้งถึงรัสปูติน คือ จูบมือของพระคุณเจ้าและแนบศรีษะลูกกับไหล่อันศักดิ์สิทธิ์ของพระคุณเจ้า แต่ภรรยาของรัสปูตินเองกับไม่เคยปริปากบ่นต่อการนอกใจของสามีของตนเอง เพียงแต่พูดว่ารัสปูตินเพียงพอสำหรับทุกคน

 russian_imperial_family_1911

(ราชวงศ์โรมานอฟ จากซ้ายไปขวา : โอลกา,มาเรีย,ซาร์นิโคลัสที่ 2,อเล็กซานดรา,อนาสตาเซีย,อเล็กเซย์และทาเทียนา)

     “การลอบสังหารรัสปูติน”
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ซาร์นิโคลัสที่ 2 ทรงออกบัญชาทัพในการเข้าร่วมสงครามด้วยพระองค์เอง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้รัสปูตินซึ่งเป็นคนโปรดของ ซารีน่า อเล็กซานดร้า ได้เข้ามาก้าวก่ายในทางราชการและทางทหาร จึงเป็นเหตุทำให้กลุ่มชนชั้นสูงในรั้วพระราชวังเกิดความไม่พอใจและเห็นว่ารัสปูตินนั้นเป็นภัยต่อชาติ พระองค์จึงพยายามหาทางลอบสังหารรัสปูติน โดยเชิญรัสปูตินมาทานอาหาร โดยใส่ยาพิษในอาหารได้แก่ เหล้าองุ่นและขนมเค้ก
prince_felix_yusupov

(เจ้าชายเฟลิกซ์ ยูซูป็อป)

                      รัสปูตินได้รับยาพิษเข้าสู่ร่างกาย เจ้าชาย เฟลิกซ์ ยุสซูปอฟ หนึ่งในผู้ร่วมวางแผนก็ได้ทำการสังหารรัสปูตินโดยการยิงรัสปูตินถึง 4 นัด แต่ยังไม่ตาย เหล่าทหารของเจ้าชาย เฟลิกซ์ จึงได้ทุบตีรัสปูตินซ้ำ แล้วจับมัดมือมัดเท้าแล้วโยนลงแม่น้ำเนวาอันเย็นยะเยือกเป็นน้ำแข็งในขณะนั้น จึงเป็นเหตุให้รัสปูตินจนน้ำตายในที่สุด ร่างของรัสปูตินถูกห่อด้วยพรม ทิ้งลงในปล่องน้ำแข็งในแม่น้ำเนวาเป็นเวลา 3 วัน ต่อมาได้มีผู้พบศพ จากการตรวจศพพบว่ารัสปูตินไม่ได้ตายเพราะยาพิษหรือกระสุนปืน แต่ตายเพราะสำลักน้ำ
หลังการเสียชีวิตของรัสปูติน ราชวงศ์โรมานอฟ ก็ถูกโค่นราชบัลลังก์และสังหารสมาชิกในราชวงศ์จนหมดสิ้น หลายคนจึงเชื่อว่า ข้อความสุดท้ายที่รัสปูตินได้ฝากไว้ให้กับซาร์นิโคลัชที่ 2 นั้น ทำให้หลายคนเชื่อว่าเป็นคำสาปของรัสปูตินอย่างแท้จริง

รวบรวมเรื่องราว : บริษัท อิมเมจ ฮอลิเดย์

ติดตามบทความการท่องเที่ยว : ติดตามรับชม

ติดตามเส้นทางตามรอยบทความ : รับชมโปรแกรม

———————————————————————————————

รับชมโปรแกรมการเดินทางสุด Exclusive ได้ที่

 www.imageholiday.com

ติดต่อรับข้อมูลการเดินทางได้ที่

Tel. 02-661-8081  / 086-688-8081

Facebook :
Youtube :         
Line Official :
Line :
Youtube :
Instagram :
อิมเมจ ฮอลิเดย์  “แล้วคุณ…จะรักเรา”

ขอบคุณรูปภาพ : https://www.flickr.com

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s